-116- โปรดให้ทางรถพยาบาล

-116-

วันนี้ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น

พ่อไอ้ลูกหมาพูดด้วยเสียงอ่อยๆ ว่า

เมื่อคืนเอารถไปแหกโค้งทางกลับวัด

ตอนนี้นอนอยู่ รพ.ปาย

เฮ้อ

ฟังแล้วตกใจ

พอโทรถามลูกน้องของพ่อไอ้ลูกหมา

จะถามเรื่องเอกสารประกันรถ จะให้หาเบอร์เรียกประกันมา

ก็หากันไม่เจอ

วุ่นวายอะไรไม่รู้

เรื่องประกันคนก็ไม่มีใครจัดการอะไรได้

ก็เลยคิดว่าคงต้องขึ้นปาย

จะแต่ไปยังไงล่ะ

รถเก๋งเก่าๆ คันนี้ไม่กล้าเอาขึ้นแน่นอน

จะไปเช่ารถขึ้นไปรับหรือ

ก็ไม่กล้าขับไปเองลำพัง

เลยตัดสินใจโทรหาน้องต้น

เกรงใจมากๆ แต่นึกถึงใครไม่ออกจริงๆ ว่าใครจะช่วยพาไปปายได้บ้าง

น้องต้นบอกว่า

ผมก็ไม่เคยขับขึ้นปายนะพี่ แต่เดี๋ยวจะลองถามป้าดู เขาขับรถเก่งจะลองชวนดู

ฉันก็...เฮ้ย รบกวนไปมากหรือเปล่าเนี่ย

ก็เลยโทรหาเพื่อนของพ่อไอ้ลูกหมา

คนที่เป็นมูลเหตุทำให้พ่อไอ้ลูกหมาต้องขึ้นปาย

เพื่อไปทำงานแทนนั่นแหละ

เขาก็บอกว่า จริงๆ ก็มีงานที่ลำปาง

แต่ไปส่งพี่ก่อนก็ได้ แล้วตอนบ่ายค่อยลงมาเพื่อไปลำปาง

ฉันก็เลยโทรหาต้นอีกรอบ

บอกว่า พี่ไม่รบกวนต้นแล้วนะ เกรงใจ

แต่ต้นบอกว่า แม่บอกว่าจะไปด้วยแล้วล่ะพี่

เพราะว่าแม่ก็ไม่เคยไปปาย จะไปเที่ยวด้วย

สรุปก็เลยจะไปกับต้นนี่แหละ

.

.
จัดการธุระโน่นนี่เสร็จก็อาบน้ำ

ขับรถไปหาต้นที่หอก็เก้าโมงครึ่ง

ต้นโทรบอกว่ากินข้าวอยู่

นั่งรออยู่ใต้หอสิบกว่านาที

น้องต้นก็โทรมาบอกว่า

กำลังจะออกจากร้านอาหารพอดี

รถพ่อกับแม่ก็เข้ามาจอด

พ่อกับแม่กับน้องสาวก็เลยนั่งกินข้าว

ฉันก็เลยบอกว่า เออ งั้นพี่ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า

ต้นก็บอกว่างั้นมากินกาแฟไหมพี่ ผมอยู่ที่ร้านกาแฟคณะวิทย์เนี่ย

ก็เลยเดินไปที่ร้านกาแฟคณะวิทย์

นั่งกินชาเย็นกับเค้กไปจนหมดก็ไปกดตังค์แล้วกลับหอต้น

เจอพ่อแม่ต้นกับน้องสาวต้นยืนรออยู่หน้าหอ

พอจะออกรถ ครอบครัวต้นให้ฉันนั่งข้างหน้า ต้นเป็นคนขับ

ส่วนพ่อแม่และน้องสาวนั่งข้างหลัง

ฉันจะไปนั่งหลังก็ไม่ให้นั่ง บอกว่านั่งข้างหน้านั่นแหละ

แรกๆ รู้สึกเกร็งมากเพราะเกรงใจอย่างมาก

และเพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก

พ่อแม่ต้นเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีมาก

และมีทัศนคติที่คล้ายๆ กัน

ฟังต้นคุยกับพ่อแม่แล้วน่ารักดี

เป็นครอบครัวอบอุ่นจริงๆ

.

.

ขับรถจนผ่านห้วยน้ำดัง

พ่อต้นก็อยากดื่มกาแฟ เลยแวะร้านริมทาง

แล้วเปลี่ยนพ่อต้นมาขับจนถึงปาย

พวกเราเข้าไปในโรงพยาบาล

เห็นพ่อไอ้ลูกหมานั่งซึมอยู่บนเตียงในห้องรวม

พอถามไถ่ ก็ปรากฎว่าหมอยังไม่มาตรวจเลย

เจ็บแน่นหน้าอก หน้าผากปูด มีแผลลึกตรงเปลือกตาซ้ายแต่เย็บไว้แล้ว

น้องต้นก็นึกได้ว่ามีรุ่นพี่หรือรุ่นน้องของต้นไม่รู้เป็นหมอที่นี่

ก็เลยติดต่อให้ ไม่นานหมอออยก็มาตรวจพ่อไอ้ลูกหมา

แล้วพอถามว่าจะขอรีเฟอร์ไป รพ.ในเชียงใหม่เลยได้ไหม

หมอก็บอกว่าได้ แต่ว่ารถโรงพยาบาลนี่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไหม

ถ้ามีรถส่วนตัวมาเองก็กลับเองก็ได้

ในขณะที่ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงดี

พ่อแม่น้องต้นก็บอกว่า

"พ่อกับแม่คุยกันว่า ให้พี่แสบนั่งข้างหน้าแล้วถ้าต้นขับรถพ่อก็จะไปนั่งกระบะ

หรือถ้าเปลี่ยนพ่อขับ ต้นก็ไปนั่งหลังกระบะ"

โอยยยยยยยยย

ได้ยินแล้วต้องรีบบอกว่าไม่เอาค่ะ

แค่นี้ก็เกรงใจอย่างสุดจะประมาณได้แล้ว

รบกวนพ่อแม่ถึงขนาดนี้

จะให้พ่อหรือต้นมาลำบากเพราะเราอย่างนี้

ไม่เอาค่ะ เกรงใจจริงๆ ไม่เอาๆ

พอถามพยาบาล

ก็ได้คำตอบว่า อาจจะได้รถพยาบาลไปส่ง

ระหว่างนั้น ฉันและครอบครัวต้นก็ออกไปทานข้าวเที่ยงกันตอนบ่ายสาม

ต้นพาไปร้านน้องเบส

อาหารทุกอย่างจริงๆ

ฉันจะจ่ายเงินค่าข้าว แม่ก็ไม่ยอมให้จ่าย

ฉันจะเติมน้ำมันให้ต้น แม่ก็ไม่ยอมให้จ่าย

ฉันเกรงใจและตื้นตันใจกับน้ำใจของครอบครัวนี้จนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเลย

รู้สึกดีใจที่ตัวเองมีบุญที่ได้รู้จักกับคนดีๆ อย่างนี้

ครอบครัวของต้นก็จะเป็นอีกครอบครัวหนึ่ง

ที่ฉันจะรักและนับถือได้อย่างสนิทใจเหมือนกับครอบครัวของเอะ

.

.

ก่อนออกไปกินข้าว

เราแวะไปดูที่เกิดเหตุ

ตอนแรกฉันไม่เห็นรถหรอก

แต่แม่ต้นร้องออกมาว่านั่นแหละ

ฉันยังงงอยู่เลยว่ารถอยู่ไหน

พอเห็นรถแล้วเข่าอ่อน

ไม่รู้จะพูดอะไรเลย

.

.

 116 ปรดให้ทางรถพยาบาล

 116 ปรดให้ทางรถพยาบาล

 116 ปรดให้ทางรถพยาบาล

 116 ปรดให้ทางรถพยาบาล

 116 ปรดให้ทางรถพยาบาล

 116 ปรดให้ทางรถพยาบาล

.

.

เห็นรถแล้วเหนื่อย

จนไม่รู้จะพูดอะไรดี

รู้สึกจุกและแค้นในใจ

ว่าเห็นไหม

สิ่งที่เคยขอ สิ่งที่เคยบอกเคยเตือน

แล้วพ่อไอ้ลูกหมาก็ไม่เคยเชื่อเลยนั้น

มันเป็นอย่างไร

เหนื่อย!

.

.

กลับมาถึงโรงพยาบาลตอนบ่ายสามกว่า

ก็ต้องไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย

รถโรงพยาบาลที่จองไว้

มีคนไข้อาการหนักอีกเคสหนึ่งต้องเดินทางไปด้วย

ก็เลยแชร์ค่ารถกัน

คนไข้คนนั้นเป็นชาวเขา ติดเชื้อในกระแสเลือด

ช็อกไปหลายรอบ

ญาติคนไข้นับสิบร้องไห้กันระงมก่อนขึ้นรถ

เป็นบรรยากาศที่หดหู่มาก

พ่อไอ้ลูกหมาที่ใส่ชุดโรงพยาบาล

หน้าตามีแต่ผ้ากอซปิดแผล

หน้าตาดูมึนๆ

ก็ขึ้นรถข้างหน้ารถตู้

รถโรงพยาบาลขับออกมาจากโรงพยาบาลตอนบ่ายสี่กว่าๆ

เป็นคร้้งแรกที่ได้นั่งรถโรงพยาบาลมาแบบนี้

เห็นคนไข้ที่นอนหลังรถก็พะงาบๆ

ใจคอไม่ดีเลย

มองหน้าพ่อไอ้ลูกหมา

ก็เห็นทำหน้ามึนๆ เหมือนพร้อมจะสติหลุดลอยก็ใจไม่ดี

เห็นถนนที่จะกลับเชียงใหม่แล้วก็ใจอ่อน

จะต้องผ่านโค้งคดเคี้ยวไปอีกกี่โค้งกันถึงจะไปถึงเชียงใหม่

อีกเดี๋ยวๆ ก็ต้องจอด

เพราะคนไข้ที่นอนมาข้างหลังช็อก หยุดหายใจ

ต้องปั๊มหายใจกันอีกสองสามครั้ง

เดี๋ยวๆ ก็หยุดไปต่อท่ออ็อกซิเยน

เดี๋ยวๆ ก็หยุดเพราะพ่อไอ้ลูกหมาจะอ้วก

โอ้ย

เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานจริงๆ สำหรับฉัน

พอมาถึงเขตชุมชน

เจ้าหน้าที่ก็เปิดเสียงไซเรน

จริงๆ แล้วก็เปิดไฟกระพริบและไฟหน้ารถมาตั้งแต่ปายแล้วล่ะ

แต่พอเข้าบริเวณชุมชนก็ต้องเปิดเสียงไซเรนเพื่อขอทาง

ส่วนใหญ่ก็รีบหลบเข้าข้างทางให้อย่างดี

แต่ก็มีรถบางคันที่ไม่ยอมให้ทางเลย

มิหนำซ่้ำยังขับขวางทางอยู่ตลอด

คนขับรถต้องดริฟไฟนับสิบครั้ง

ก็ไม่ให้ทาง

บีบแตรขอทางอีกสิบครั้ง

ถึงจะค่อยๆ เข้าเลนซ้ายเพื่อให้รถโรงพยาบาลได้บึ่งผ่านไป

เห็นแล้วคั่งแค้นในใจจนน้ำตาจะไหล

สันดาน!

พูดได้คำเดียวเลย

และรถที่คนขับมีสันดานเช่นนี้

ก็เป็นรถที่ราคาเหยียบล้านและล้านขึ้นทั้งนั้น

D-max Hi-lander สีบรอนซ์เงิน

Mu7 สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนกรุงเทพ

รถออฟโรดสีขาว คนขับกำลังคุยมือถืออย่างเมามันในขณะที่ขับรถคร่อมเลนบนดอย

มีเงินเสียเปล่า

แต่ดันไม่ได้เกิดมาเป็นคนมีสำนึกโดยสันดาน

.

.

ก่อนหน้านี้

เวลาขับรถกลับบ้าน

ก็มักจะเจอรถโรงพยาบาลจากต่างจังหวัดเปิดไฟกระพริบขอทางบ่อยๆ

ก็หลบเข้าข้างทางเพื่อให้รถโรงพยาบาลเหล่านั้นได้ผ่านไปโดยสะดวก

แม้บางครั้งจะแอบคิดว่า

เอ...จะฉุกเฉินแค่ไหนกันน้อ

แต่วันนี้

.

.

รู้ซึ้งถึงก้นบึ้งหัวใจเลยว่า

ไฟที่กระพริบวิบๆ บนหลังคารถ

ไซเรนที่ดังหวีดยาวชวนให้ใจระทึก

เสียงแตรรถที่บีบยาวจนทำให้ฉุนบ้างในบางครั้ง

มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ

เพราะคนที่อยู่ในรถนั้น

กำลังต่อรองชีวิตชนิดที่เรียกว่าวินาทีต่อวินาที

ช้าไปเพียงนาทีเดียว

คนไข้ก็อาจจะตายก็ได้

รถโรงพยาบาลเป็นรถฉุกเฉินจริงๆ

ถ้าไม่ฉุกเฉิน ก็คงไม่มีใครต้องเปิดไฟ เปิดเสียง

เหยียบคันเร่งเกือบมิดเช่นนี้

.

.

ถ้าไม่ได้ประสบเหตุด้วยตัวเอง

ก็คงไม่รู้ซึ้งถึงคำว่าการยื้อชีวิตเลยจริงๆ

.

.

 

 

 

 

 

 

 

     Share

<< -115- เหม่อไน้ข้ากว่าแหล่ปอยส่างลองวัดเกาะกลางข้าอ้อ-117- มาหลอนกันจริ๊ง >>

Posted on Mon 6 Apr 2009 0:32

-121- นานา(ไร้)สาระ
-120- มองมุมไหม
-119- ไปเจอกิ๊กพร้อมกันทั้งผัวเมีย
-118- ปล่อยแก่
-117- มาหลอนกันจริ๊ง
-116- โปรดให้ทางรถพยาบาล
-115- เหม่อไน้ข้ากว่าแหล่ปอยส่างลองวัดเกาะกลางข้าอ้อ
-114- เขาชื่อ "ก๊อง"
-113- ดีใจจัง
-112- แปะรูปหนุ่มๆ
-111- แม่ครัวกับเด็กเสิร์ฟ


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

At last, soonmee comes up with the "right" answer!
Bilal   
Sat 14 Dec 2013 18:17 [17]
 

I read your post and wished I'd wrtetin it
Yulia   
Sat 14 Dec 2013 17:19 [16]
 

Son of a gun, this is so hefupll!
Rocio   
Sat 14 Dec 2013 16:16 [15]
 

Well done to think of sonihtemg like that
Vivek   
Sat 14 Dec 2013 12:28 [14]
 

Thanks for shnarig. Always good to find a real expert.
Agata   
Fri 13 Dec 2013 17:16 [13]
 

Haha. I woke up down today. You've cheeerd me up!
Jessie   
Fri 13 Dec 2013 15:22 [12]
 

ฟาดเคราะห์ไปเนอะ ดีแล้วที่คนบ่เปนหยังนัก ใจเย็นๆ เน้อ
จี   
Sun 19 Apr 2009 11:01 [11]

อ่านแล้วพูดไม่ออกเลยค่ะ พี่นัดเป็นคนดีถึงได้เจอแต่คนดีๆ

ขอชื่นชมครอบครัวคุณต้นด้วยค่ะ

โอ๋ขอเป็นกำลังใจให้นะคะพี่นัด ขอให้พี่แสบหายไวๆด้วย

บทเรียนครั้งนี้คงทำให้เมีย สบายใจซะทีเนอะ
โอ๋ (มอป)   
Sat 11 Apr 2009 21:12 [10]

พึ่งเข้ามาอ่านค่ะ

มาให้กำลังใจน๊า ขอให้พี่แสบหายไวๆ ค่ะ

แล้วหมอที่เชียงใหม่ว่าเป็นอะไรมากมั้ยคะ
โอ๋   
Wed 8 Apr 2009 13:34 [9]

มาเป็นกำลังใจให้พี่นัดค่ะ

(แอบๆ หาเลขป้ายทะเบียนไม่เห็นอ่ะ แห่ะๆ)

ไว้จะไปแวะเยี่ยมที่บ้านนะคะ
แอน   
Tue 7 Apr 2009 16:52 [8]
 

พี่นัดค่ะ
พี่แสบทำบุญไว้เยอะ พระคุ้มครอบ

ครอบครัวพี่นัด ได้เจอแต่คนดีๆ มีน้ำใจ
ขอเป็นกำลังใจให้พี่นัด พี่แสบ สาวไหมด้วยนะค่ะ

PIMU   
Mon 6 Apr 2009 21:55 [7]

พี่นัด คิดบวกนะคิดบวก จะได้ไม่เหนื่อยใจไปมากมาย เหตุการณ์และเวลาจะช่วยให้คนคิดได้เอง

อย่างพี่เอกนะ มดบอกอะไรไม่ค่อยฟังหรอก แต่ถึงเวลาเค้าก็คิดได้เอง แล้วเราก็จะพูดว่า "บอกแล้ว" 555 ถึงเวลาซ้ำเติมตอนนั้นมันส์กว่า คอนเฟิร์ม

ขอให้พี่แสบหายไว ๆ นะคะ

กำลังใจมีให้เสมอนะคะ
มด   
Mon 6 Apr 2009 21:32 [6]

ลืมไป




ฝากบอกน้องต้นด้วยว่า น้องต้นเนี่ย
หล่ออย่างมีคุณภาพจริงๆ

พี่นัดโชคดีที่เจอน้องๆดีๆ (ทุกเพศทุกวัย) ทั้งนั้นเลย

^^
ส้ม   
Mon 6 Apr 2009 21:02 [5]

โทรไปหามา ไม่รับ เลยไม่กวน

อยากบอกให้รู้ว่าเป็นห่วง

เพื่อนๆที่รู้แล้วก็ห่วงนะ ถามส้มว่าจะไปเยี่ยมเมื่อไหร่ดี แต่ส้มเป็นคนบอกเองว่าอย่าไปเลย เพราะไม่อยากรบกวนคนไข้ แล้วอาจไม่สะดวก นอกจากใกล้หาย ออกจากรพ. แล้วถึงจะไป โดยเฉพาะคิดว่าน่าจะกำลังยุ่งอยู่


ในทางกลับกัน ไม่โทรหาก็เป็นห่วง กลัวเครียด คิดมาก
มาฝากข้อความทางนี้ และมาบอกด้วยว่า โทรมาหาได้เสมอ และถ้าไม่รังเกียจ แวะมาที่บ้าน หรือมาค้างก็ได้ ไม่อยากให้อยู่คนเดียว กลัวเจ๊จะเครียด


ไม่มีไรจะพูดได้ดีกว่าถือว่าฟาดเคราะห์ และเป็นบทเรียน โชคดีที่ไม่เป็นไรมากไปกว่านี้ ของนอกกาย แถมทำประกันไว้ ช่างมันเถอะ
คอยเตรียมตบจูบ คนเจ็บจะดีกว่า

อย่าคิดมาก
และพักผ่อนด้วยนะคะ

หายไวไวนะพี่แสบ
ส้ม   
Mon 6 Apr 2009 21:00 [4]

แก อ่านแล้วก็เข้าใจแต่ตอนนี้ ฮือ อ่านแล้วแอบซึมเป้งห่วงแกว่ะ ต่อมาห่วง พ่อไอ้ลูกหมา ยังไงใจเย็นๆนาแก เดี๋ยวมันจะผ่านไปแก
เป้   
Mon 6 Apr 2009 20:40 [3]

คนบ่เป็นไรมาก ก็ดีละเจ๊ ฟาดเคราะห์


ปล แซวหน่อย

>ส่วนพ่อแม่และน้องสาวนั่งข้างหลัง

>ฉันจะไปนั่งหลังก็ไม่ให้นั่ง บอกว่านั่งข้างหน้านั่นแหละ

นั่งหลัง เค้ากลัวเจ๊จะไปเบียดคนอื่นอีกสองที่นั่งหลังป่าว
เอะ   
Mon 6 Apr 2009 14:30 [2]

อ่านแล้วเข้าใจเลยครับ อยากขอไปลง pantip จังครับ มีประโยชน์มากเลยครับ เรื่องให้ทางรถพยาบาล
poorboy   
Mon 6 Apr 2009 7:54 [1]