-102- ไม่ได้นอกใจนะ....แต่รู้สึกว่ากำลังจะรักใครบางคนจนอยากจะร้องไห้....

-102-

 

ข้างหลังของความห่วงใย

                                                                                                                        ภูโพยม

ถึงคุณที่(เคย)รัก

            วันหยุดหลายวันที่ผ่านมาฉันได้โอกาสเก็บกวาดบ้านครั้งใหญ่ โยกย้ายตู้เตียงเสียใหม่ กล่องหนังสือหลายกล่องใต้เตียงฝุ่นจับเขรอะ พอเปิดกล่องออกดูความทรงจำต่างๆ ที่เคยเก็บอยู่ในกล่องมานานหลายปีก็พรั่งพรูออกมา หนึ่งในความทรงจำเหล่านั้นมีโปสการ์ดหลายร้อยใบของคุณอยู่ด้วย มันเลยทำให้คุณผู้ที่เดินออกจากชีวิตฉันไปนานหลายปีได้หวนกลับมาสู่ความทรงจำของฉันอีกครั้ง

            แม้วันเวลาจะล่วงผ่านไปนานหลายปีแต่หมึกยังไม่ซีดจาง สีสันมากมายบนโปสการ์ดใบเล็กยังคงสดใสเหมือนเมื่อวินาทีแรกที่ฉันเอื้อมมือรับจากคุณลุงไปรษณีย์ด้วยมืออันสั่นเทา ฉันยังจำได้ตอนที่ได้รับโปสการ์ดรูปป่าไม้เขียวครึ้มที่แต่ละต้นเหยียดตัวสูงแข่งขัน ลำต้นและก้อนหินใกล้ๆ นั้นมีตะใคร่น้ำสีเขียวเกาะดูนุ่มราวกับพรม แสงแดดอ่อนลอดผ่านใบไม้ที่พาดผ่านสานกันไปมาในป่าลึกนั้น คุณเขียนมาบอกว่าป่าที่คุณเพิ่งไปเยือนนั้นก็สวยงามไม่แพ้กับภาพในโปสการ์ดใบนี้ที่ส่งมาให้ฉันนั่นแหละ

          แม้ว่ารูปร่างหน้าตาคุณจะไม่ให้ แต่ฉันก็รู้ว่าคุณเป็นผู้ชายที่โรแมนติกอย่างร้าย ฉันพลิกอ่านข้างหลังโปสการ์ดแต่ละใบ ฉันก็รู้ว่าขณะที่คุณเขียนข้อความลงบนโปสการ์ดทุกใบนั้น คุณตั้งใจเขียนและรู้สึกเช่นเดียวกับข้อความเหล่านั้นจริงๆ

ข้างหลังโปสการ์ดรูปยอดไม้ใบเล็กที่โดดเด่นออกมาจากบรรยากาศรอบข้าง แสงอ่อนๆ ที่ส่องกระทบทำให้ใบอ่อนสีเขียวนั้นดูโดดเด่นและโดดเดี่ยวราวกับมันเป็นใบไม้ใบเดียวในป่ากว้าง  คุณเขียนบรรยายถึงความเหงาแทบขาดใจยามที่ต้องพลัดบ้านพลัดเมืองไปไกลยังถิ่นที่มีแต่คนแปลกหน้า ต่างภาษา คุณบอกว่าคุณก็คงเหมือนกับใบไม้ใบนี้ที่แม้ว่ารอบข้างจะมีใบไม้นับพัน นับหมื่นใบ แต่ก็กลับรู้สึกอ้างว้างอย่างยิ่ง

            ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนชอบสะสมโปสการ์ด ไปที่ไหนเป็นต้องซื้อโปสการ์ดมาเก็บไว้ในกระเป๋า และฉันก็รู้ว่าคุณตั้งใจเก็บมันด้วยการเขียนส่งมาให้ฉัน คุณเคยบอกว่าส่งมาให้ฉันเก็บไว้ก็เท่ากับว่าคุณได้เก็บมันไว้นั่นแหละ แต่ก็น่าเสียดายนะที่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป โปสการ์ดที่คุณเก็บไว้ที่ฉันก็เลยไม่ได้กลับไปเป็นของคุณอีก ไม่รู้ว่าคุณจะเคยคิดถึงพวกมันหรือเปล่านะ

          คุณจะคิดถึงรูปแม่น้ำที่ผืนน้ำกว้างนั้นสะท้อนภาพทิวเขาสูงชะลูดที่ปุยเมฆขาวลอยเคลียคลออยู่ไม่ห่างภาพนี้หรือเปล่านะ มันเป็นรูปที่ฉันชอบมากอีกรูปหนึ่ง รูปที่สวยงามราวกับภาพในภวังค์ฝัน ทั้งภาพดูเยือกเย็นด้วยโทนสีฟ้าเทาราวกับมันเป็นดินแดนสนธยาที่ไม่น่าจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ สายน้ำนิ่งราวกระจกที่มีใครสักคนกำลังยืนถ่อแพอยู่กลางลำน้ำ ครั้งแรกที่ฉันเห็นภาพนี้ ทำให้ฉันนึกถึงงานจิตรกรรมของ Arnold bocklin ไม่รู้ว่าเพราะคุณรู้ว่าฉันจะต้องคิดถึงศิลปินคนนี้หรือเปล่านะ คุณถึงได้ส่งรูปนี้มาให้

            อีกรูปหนึ่งที่คุณส่งมาในเวลาใกล้ๆ กันนั้น ฉันคิดว่าเป็นรูปของแม่น้ำยามอาทิตย์ใกล้อัสดง พระอาทิตย์สีแดงเพลิงถูกละอองไอของหมอกเมฆบดบังจนเห็นเป็นเพียงดวงสว่างกลมอยู่บนท้องฟ้า กลุ่มหมอกบางแผ่ตัวโรยมากลืนเอายอดเขาสูงลิ่วนับสิบๆลูกนั้นให้เลือนหายไปกับสายหมอกที่ถูกย้อมเป็นสีเหลืองทอง ในขณะที่บนผืนน้ำที่สะท้อนภาพพระอาทิตย์นั้นดูแดงฉานก่อนจะไล่สีไปเป็นสีน้ำเงินเทาและจะหายลับไปกับความมืดของราตรีที่จะมาเยือน

            ฉันไม่รู้ว่าคุณไปหาซื้อโปสการ์ดเหล่านี้มาจากที่ใดบ้าง บางแผ่นมีชื่อช่างภาพหรือคนวาดพิมพ์อยู่บนนั้น แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มี ทำให้ฉันนึกเสียดายว่ารูปบนโปสการ์ดบางแผ่นนั้นอาจจะเป็นผลงานของช่างภาพที่มีชื่อของแต่ละประเทศก็เป็นได้ หากได้รู้ชื่อของช่างภาพเหล่านั้นก็คงจะดี

            รูปถ่ายดวงดาวที่สุกสกาวเต็มท้องฟ้าในยามค่ำคืนบนโปสการ์ดที่คุณส่งมาใบนี้ คุณเขียนบอกไว้ว่าเป็นผลงานของช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ถ่ายภาพเกี่ยวกับดวงดาวไว้มากมาย คุณซื้อไว้เป็นเล่มเพื่อจะเอามาให้ฉันกับมือเพราะคุณรู้ว่าครั้งหนึ่งฉันบ้าดูดาวมากเป็นพิเศษ

            โปสการ์ดที่คุณส่งมาเป็นรูปต้นสนเหยียดตัวสูงเสียดฟ้าดำทะมึนในความมืด ไกลออกไปจนกว่าจะคิดจินตนาการมีแสงกระพริบของดวงดาวนับหมื่นดวงอยู่บนนั้น คุณเขียนบอกว่าชอบภาพนี้เป็นพิเศษ เพราะเวลาดูทีไรก็รู้สึกราวกับว่าเราสองคนกำลังทอดกายนอนเหยียดยาวลงบนพื้นหญ้าในป่าสนเพื่อเฝ้ามองฝนดาวตก

            ฉันจำได้ว่าตอนที่ฉันอ่านโปสการ์ดใบนี้ของคุณนั้นฉันยิ้มแก้มแทบปริเพราะคารมของคุณนี่แหละ ฉันไม่คิดเลยนะว่าคุณจะยังจำได้ถึงคืนที่เราขับรถขึ้นบนดอยสูงเพื่อไปดูดาวกันในคืนนั้น มันเป็นคืนที่งดงามราวกับฝันไป ท้องฟ้ามืดดำที่มีดวงดาวแข่งกันกระพริบแสงตรงโน้น ตรงนี้จนละลานตา ยามที่เราเอนหลังแหงนมองดูดวงดาวบนฟากฟ้าก็เห็นต้นไม้สูงห้อมล้อมคล้ายกับว่าพวกมันกำลังชะโงกก้มลงมองดูเราอยู่เช่นกัน

          ฉันเสียเวลากว่าค่อนวันในการหยิบเอาโปสการ์ดที่คุณส่งมามาอ่านทีละใบๆ พร้อมกับดูภาพสวยๆ ที่อยู่ข้างหลังข้อความเหล่านั้น ยิ่งอ่านฉันก็ยิ่งสุขใจว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีความรู้สึกที่ดีต่อกันถึงขนาดนั้น แม้จะเสียดายว่าวันนี้เราจะไม่มีกันและกันอีกต่อไปแล้ว แต่ชีวิตก็ต้องก้าวต่อไปเหมือนกับพระอาทิตย์ที่ต้องขึ้นและตกอยู่ทุกเช้าเย็น

            ยามเช้าทุกสิ่งทุกอย่างก็สดใส ท้องฟ้าเต็มไปด้วยสีสันมากมายราวกับโลกสีรุ้งของเหล่าเทวดาตัวน้อย ยามเย็นที่พระอาทิตย์ใกล้อำลา ท้องฟ้าก็แดงฉานราวกับว่าเทวดาเผลอทำสีแดงหกรดไปทั้งผืนฟ้ากระนั้น

            สิ่งดีๆ ที่เคยผ่านมาฉันก็คงจะเก็บไว้เหมือนเดิม หวังว่ามันคงจะไม่ซีดจางไปกับวันเวลาหรอกนะ เพราะความรู้สึกรัก ความรู้สึกคิดถึงและความรู้สึกห่วงใยที่คนสองคนได้มอบให้กันนั้นมันงดงามไม่แพ้ภาพสวยๆ พวกนี้หรอก และสุดท้ายนี้แม้ว่าฉันจะเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพราะอารมณ์ของความคิดถึงมันปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลัน แต่ฉันก็คงจะไม่ส่งมันไปให้คุณ เพราะความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นในวันที่เราสองคนเป็นคนอื่นคนไกลกันไปแล้ว ฉันควรจะเก็บความรู้สึกที่เขียนออกมานี้ไว้กับตัวเองคนเดียวน่าจะดีกว่า

            สุดท้ายจริงๆ ฉันคงจะต้องบอกคุณว่าขอบคุณจริงๆ สำหรับความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้ฉันมากมายถึงขนาดนั้น ฉันหวังว่าคุณคงจะมีชีวิตที่มีความสุขเหมือนที่เคยมีตลอดมา…และตลอดไป

 

                                                                                    จากคนที่คุณ(เคย)รักและ(เคย)รักคุณ

.

.

วันก่อน

จะต้องไปสัมภาษณ์อาจารย์ใหม่ที่คณะวิจิตรศิลป์

เลยเอาเครื่องอัดเสียงมาเคลียร์ไฟล์เก่าทิ้ง

ก็ไปเจอต้นฉบับที่เก็บไว้ในนี้ด้วย

มีแต่ต้นฉบับ แต่ไม่มีรูปภาพ

น่าจะเป็นต้นฉบับที่พิมพ์เมื่อปีก่อน

แต่จำไม่ได้ว่าปักษ์ไหน

อ่านแล้วรู้สึกอยากเขียนนิยายขึ้นมาทันใด

และต้นฉบับนั้นก็คือถ้อยความที่พิมพ์ไว้ข้างบนนั้น

.

.

สองสามวันนี้

รู้สึกว่าเพราะฮอร์โมนที่แปรปรวน(หรือไร?)

จึงทำให้อารมณ์ค่อนข้างอ่อนไหวมากมาย

เป็นอารมณ์ของคนที่คล้ายกับเพิ่งเจอใครบางคนที่แอบชอบ

จึงอยากบ่มอารมณ์นี้ไว้กับตัวให้นานๆ

และก็ได้เขียนออกมาแล้ว

.

.

1 หน้า

.

.

(โถ...ช่างน่าเศร้า บ่มตั้งนานได้แค่เนี้ยะ)

.

.

ก่อนที่จะเริ่มเขียน

วางพล็อต คิดบุคลิกของตัวละครไว้นานครึ่งปีเห็นจะได้

แต่ก็ยังไม่ลงตัว

พอเริ่มเขียน ความคิดใหม่ๆ มันก็พรั่งพรู

คิดไปถึงฉากสำคัญของตัวเอก

คิดไปถึงไดอะล็อกที่เขาจะสนทนากัน

.

.

แต่ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน

และความหนาวเหน็บของกลางฤดูหนาวนี้

ลูกสาวก็ผล็อยหลับไปตั้งแต่สองทุ่มเพราะไม่ได้นอนกลางวัน

จะเปิดทีวีก็ไม่มีรายการอะไรน่าสนใจพอจะเปิดฟัง

ก็เลยเปิดคลังสมบัติในคอมพ์

เจอเพลงประกอบละคร Full House

ก็เปิดฟัง

แล้วตาดันไปเห็นโฟล์เดอร์หนึ่ง

ชื่อ Vista Wallpapers

ด้วยความที่ไม่เคยเปิดดูเลย ก็เลยเปิดดู

ภาพแต่ภาพก็ช่างสวยงามราวกับภาพฝัน

ยิ่งพอได้ฟังเพลงเพราะๆ

ก็รู้สึกว่า....ความรักมันคืออารมณ์นี้

อารมณ์ที่คิดถึงใครคนนั้นมากมาย

อารมณ์ที่แค่ฟังเพลง น้ำตาก็จะไหล

อารมณ์ที่แค่ได้เห็นภาพสวยๆ ก็รู้สึกว่าได้เข้าไปอยู่ในภาพนั้น

และตอนนี้

ฉันก็คิดว่า

ฉันกำลังจะรักใครบางคนจนอยากจะร้องไห้ออกมาแล้วล่ะ

แม้ว่าคนๆ นั้นจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรก็ยังไม่แน่ชัด

แต่พอได้คิดถึงหลายๆ เหตุการณ์ที่เขาจะได้พูด ได้คุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง

ฉันก็รู้สึกว่า

ฉันคงจะรักเขาได้ง่ายๆ

.

.

จะผิดไหม ถ้าฉันจะรักใครบางคนนอกเหนือไปจากสามีและลูก

 

 102 ไม่ได้นอกใจนะ แต่รู้สึกว่ากำลังจะรักใครบางคนจนอยากจะร้องไห้

 

     Share

<< -101- I Can't Tell You Why-103- เผลอทำหลายๆ คนหล่นหายตามรายทาง >>

Posted on Sun 11 Jan 2009 3:06

-107- จนได้....จนได้
-106- สิ่งดีๆ ที่เหลืออยู่...(และเพิ่งนึกขึ้นได้)
-105- แอ่วสวนสัตว์ในวันรายงานตัวรับปริญญา
-104- Only Love Is Real
-103- เผลอทำหลายๆ คนหล่นหายตามรายทาง
-102- ไม่ได้นอกใจนะ....แต่รู้สึกว่ากำลังจะรักใครบางคนจนอยากจะร้องไห้....
-101- I Can't Tell You Why
-100- Two Moons
-99- สวัสดีปีใหม่
-98- คุณหญิงแนนมาเชียงใหม่, ส่งพ่อไปอินเดีย, งานวิถีวิจัย, เอะกลับไทย, ได้รับหนังสือจากครูปุ้ย, ไอ้ไหมพูดมาก(จริงๆ)
-97- พาแอ่วเวียงเจียงใหม่


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

บทเขียนเสร็จยังเอ่ย
หรือจะทำเป็น ซีรี่ส์
PIMU   
Mon 9 Feb 2009 21:19 [4]

พอดี search เรื่องโรงเรียนบ้านคุณแม่ค่ะ เลยมาเจอไดนี้เข้า เคยไปดู รร.แล้วสนใจมาก แต่ลังเลเรื่องการเดินทางหน่อยนึง กำลังว่าจะไปดูอีกรอบเร็วๆนี้ เพราะจะเอาลูกเข้า พ.ค.นี้ค่ะ (เตรียมอนุบาล) ขอเป็นแฟนไดด้วยคนนะคะ ^_^
ขอเป็นแฟนได   
Wed 14 Jan 2009 20:36 [3]

แวะเข้ามาอ่านค่ะ

สะดุดใจกับคำว่า "กำลังจะรักใครบางคนจนอยากจะร้องไห้"

ชอบจังค่ะ

^ ^
aem   
Tue 13 Jan 2009 13:14 [2]

ส้มเข้าใจ







รู้ไม๊
ทุกครั้งที่ส้มยืนฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนังนะ
ตอนขึ้นต้นจะขนลุกซู่ก่อน
แล้วซักพักน้ำตาก็จะเริ่มหยดๆๆๆ
เป็นทุกครั้ง...









น่าจะเป็นที่ความรู้สึกรักท่าน + บรรยากาศที่ได้สงบ อยู่กะตัวเอง + คิดถึงแต่ท่านมันท่วมท้น
ซาบซึ้งในบทเพลง และภาพที่เห็นก็เป็นได้






ไม่รู้เกี่ยวกับพี่เล่าไม๊ แต่เข้ใจความรู้สึกภาพ + เพลงน่ะนะ
รวมกันแล้วสุดอิน...






ปล.
เรื่องจม.ในอดีตอะไรๆก็พอมี๊ แต่ไม่อยากเอ่ย

ปล.
เรื่องนี้ไม่เคยบอกใคร

ไม่ลงชื่อ อาย   
Sun 11 Jan 2009 20:53 [1]