-90-
ไม่ได้เขียนไดอะรี่มาเกือบค่อนเดือน
จนพ่อไอ้ลูกหมากลับมาบ้านได้อาทิตย์กว่า
และใกล้จะกลับอินเดียอีกแล้ว
ก็ยังไม่ได้มาเขียนได
.
.
พ่อไอ้ลูกหมากลับมาหนนี้
ก็คุยกันว่า
พอเสร็จงานที่อินเดีย
เขาคิดจะทำโรงหล่อเล็กๆ
ถามว่าจะมีงานไหม
เขาบอกว่าตลาดยังต้องการอีกมากมาย
ขอแค่ได้เริ่มต้น
แต่การเริ่มต้นทำโรงหล่อ
ก็ไม่ใช่ง่าย ไม่ได้ใช้เงินบาทสองบาท
ไหนจะต้องหาทำเล ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะต้องเช่าหรือซื้อ
เป็นเงินมหาศาลแน่ๆ
.
.
สุดท้ายก็คุยกันว่า
ที่ดินเปล่าหน้าบ้านของโครงการซึ่งไม่มีใครมาซื้อนี่ล่ะ
น่าสนใจ
มีทั้งหมดสี่แปลง
แปลงที่อยู่ตรงข้ามบ้านมีงานกว่าๆ
ตอนนี้เห็นว่าเจ้าของโครงการไปไถ่ถอนมาจากธนาคารแล้ว
ไม่รู้ว่าเขาจะขายหรือเปล่า
หรือจะขายในราคาเท่าไหร่
สำนักขายของโครงการก็ปิดไปแล้ว
แต่ยังมีคัทเอาท์ขึ้นที่หน้าหมู่บ้าน
ก็เลยโทรไปถาม
ปรากฏว่ายังไม่ได้ขาย
แต่ถ้าสิ้นปีนี้ไม่มีใครซื้อ
เจ้าของเขาก็จะไปขายให้เพื่อนที่กรุงเทพ
ก็เลยบอกว่าสนใจค่ะ
แต่ตอนนี้เงินยังไม่พอ
ประมาณกลางปีหน้าถึงจะทำเรื่องกู้ได้
คนที่คุยด้วยก็บอกว่า
ก็อาจจะมัดจำไว้นิดหน่อยก่อนก็ได้ค่ะ เพื่อให้โครงการแน่ใจว่าลูกค้าจะซื้อจริงๆ
วันเสาร์นี้เขาจะเข้ามาคุยกันที่บ้าน
.
.
ตอนนี้ยังเป็นหนี้ผ่อนบ้านกับผ่อนรถ
แต่ก็วางแผนไว้แล้วว่า ถ้าเก็บเงินได้ตามเป้าที่ตั้งไว้
ปลายปี 2554 ก็จะเป็นไทแก่ตัว
แต่ถ้าจะซื้อที่ดินหน้าบ้านจริงๆ
ก็อาจจะต้องเป็นหนี้อีก
จริงๆ แล้วถ้าเก็บเงินได้ตามที่คาดไว้
ก็อาจจะซื้อเงินสดได้
แต่ก็จะไม่เหลือเงินในธนาคาร
จะไปกู้เงินธนาคาร
ก็ดูจะยุ่งยากและลำบากหลายประการ
ดังนั้นทางออกเดียวที่คิดได้ตอนนี้ก็คือ
เก็บเงินก้อนให้ได้ก้อนหนึ่งแล้วเอาไปค้ำประกันเงินกู้ที่สหกรณ์ดีกว่า
อย่างน้อยก็ยังได้ดอกเบี้ยจากเงินก้อนนั้น
เอามาหักลบกลบหนี้กับดอกเบี้ยที่จะต้องเสีย
ก็คงจะพอหยวนๆ
.
.
แต่ถึงจะซื้อที่ได้แล้ว
ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอีกมากมาย
ไหนจะต้องปลูกกระต๊อบหลังเล็กๆ เอาไว้ทำงาน
ไหนจะต้องซื้อวัสดุต่างๆ ในการทำงาน
ไหนจะต้องซื้ออุปกรณ์ในการควบคุมและกำจัดควัน
อืม
เป็นเรื่องหนักไม่ใช่เล่น
.
.
แต่ถ้าไม่คิดจะลงทุน
ก็มองไม่เห็นอนาคตที่ดีกว่านี้
ถ้ากิจการไปได้ดี
ก็อาจจะเป็นกิจการของครอบครัวในอนาคตได้
เพราะทุกวันนี้ งานปั้นของพ่อไอ้ลูกหมาต้องตระเวนออกไปทำงานข้างนอก
แต่ถ้าทำโรงหล่อ ก็ไม่ต้องออกไปบ่อยเหมือนงานปั้น
.
.
จริงๆแล้ว
เดือนสองเดือนมานี่
ก็คิดถึงรถใหม่เหมือนกัน
เพราะรถคันนี้อายุอานามก็ Sweet Sixteen เข้าไปแล้ว
ก็ยังคิดว่า เดี๋ยวพอหมดภาระเรื่องผ่อนบ้าน
ก็อาจจะมองๆ รถคันใหม่
แต่พอพ่อไอ้ลูกหมายกประเด็นเรื่องโรงหล่อขึ้นมา
ก็เป็นอันว่า
.
.
โบกมือบายๆ tiida ได้เลย
.
.
เอาไว้พี่ปลอดหนี้แล้วหนูยังไม่หายหน้าไปจากตลาดรถ
เราอาจจะได้เจอกันสักวันหนึ่ง