-89-
คนอื่นจะกินอะไรกันไม่รู้นะ
แต่สำหรับฉัน
จุดมุ่งหมายที่จะต้องไปกินให้ได้ก็คือ
เฝอและตำหมากหุ่ง
จริงๆ แล้วมีเฝอให้กินมากมายในเชียงใหม่
แต่ฉันว่ายังไงก็อร่อยสู้กินเฝอที่ลาวไม่ได้
แต่ละวันจึงเริ่มต้นวันด้วยการกินเฝอ
.
.

เฝอแถวๆ ตลาดท่าเรือ ราคา 8,000 กีบหรือราวๆ 32 [ท
อร่อยเหมือนกัน แต่ไม่ประทับใจมากเท่าไหร่
.
.

เผอร้านที่ติดกับร้านกาแฟประซานิยม
สั่งไปไม่ถามราคา
พอถึงเวลาเก็บตังค์
10,000 กีบ
หรือ 40 บาท
โอ้...รู้สึกราวกับถูกปล้น
.
.

น้องๆ ที่ไปแบกเป้พร้อมกัน แต่ไปคนละทริป พักคนละที่
มันบอกว่ามีเฝอหน้าวัดแสนอร่อยมากกกก พี่
เลยลองเดินๆ ดู
มีร้านหนึ่งราคา 12,000 กีบ
อีกร้านหนึ่ง 10,000 กีบ
เลยตัดสินใจเอาร้านหลัง เพราะถูกตังค์ไป 8 บาท
ก็...อืมม นะ จะว่าอร่อยมากอย่างที่มันว่าก็ไม่ใช่
แต่มากินร้านนี้ดีหน่อย
ได้เจอปลัดกระทรวงการต่างประเทศของลาวด้วย
เลยได้คุยกันเรื่องวัฒนธรรม เรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยลาวนิดหน่อย
ได้นามบัตรเพิ่นมาด้วย
เพิ่นบอกว่าถ้าไปเวียงจันทน์หรือหนองคายก็โทรหาเพิ่นได้
ยินดีจะดูแล
โอ้...เป็นโชคดีจริงๆที่ไปกินเฝอร้านนี้
ถึงไม่อร่อยสุดยอด แต่ก็ได้เจอคนสำคัญ
ร้านนี้มีน้ำหมากเกี้ยงขายด้วย

ราคา 6,000 กีบ
เป็นราคาที่ถือว่าถูกที่สุดตั้งแต่กินน้ำหมากเกี้ยงในหลวงพระบาง
ไปกินแบบปั่นที่ร้านบัวก็ 8,000 กีบแล้ว
.
.

นี่แหละเฝอที่น้องๆ มันการันตีว่าอร่อยที่สุดในหลวงพระบาง
เฝอหน้าวัดแสน
น้ำซุปอร่อยมาก
ยิ่งใส่พริกขี้หนูที่ซอยลงไปด้วย
โอ้โห...อร่อยจนจำได้ไม่ลืมเลย
กลับมาเชียงใหม่
เวลากินก๋วยเตี๋ยวก็พยายามหาพริกขี้หนูมาซอยใส่ด้วย
แต่ก็ไม่เหมือน
สงสัยพริกคนละพันธุ์กัน
ชามนี้ 12,000 กีบ
ร้านที่ฉันตัดสินใจไม่กินเมื่อวันก่อนนั่นแหละ
แต่เพิ่งมารู้ว่า 2,000 กีบหรือ 8 บาทที่เพิ่มขึ้นมา
มันเป็นราคาของความอร่อยที่เกินค่าเงินจริงๆ
.
.

ตอนอยู่เชียงใหม่
อาหารโปรดอีกอย่างหนึ่งคือ ข้าวแลงฟืน
เป็นอาหารไทใหญ่ที่ชื่นชอบมากกกก
พอรู้ว่าที่ลาวมีข้าวแลงฟืนขายก็ดีใจมาก
ไปเจอเจ้านี้ขายที่ตลาดมืดอยู่ตรงฟุตบาททางเข้าพิพิธภัณฑ์
ลองสั่งมาชิม
ก็เป็นข้าวแลงฟืนที่แตกต่างจากที่เคยกิน
จริงๆ แล้วเขาจะใส่ข้าวปุ้นหรือขนมจีนลงไปด้วย
แต่พอถึงชามที่สั่ง ข้าวปุ้นหมด --"
ก็เลยได้กินแต่ข้าวแลงฟืนกับน้ำซุป
ใส่พริกที่ตำผสมกับอะไรไม่รู้เปรี้ยวๆ เผ็ดๆ
ก็อร่อยดี
แต่ยังไงก็ชอบข้าวแลงฟืนที่เชียงใหม่มากกว่า
แต่หมายเหตุว่าต้องเป็นข้าวแลงฟืนที่คนไทใหญ่ขายเท่านั้นนะ
.
.

ข้าวจี่ของแท้แต่ดั้งเดิม
ปั้นข้าวชุบไข่ บางทีก็ทาแจ่วบองไปด้วย
อร่อยมาก
บัวมันซื้อมาให้กินตอนกินส้มตำเผ็ดๆ
เอาเงินให้ก็ไม่เอา
คิดแล้วก็อยากกินอีก
.
.

ส่วนนี่ ข้าวจี่ฝรั่งเศสหรือปาเก็ตต์
มีขายเยอะไปหมด
ไส้มีมากมาย ทั้งไข่เจียว หมูยอ แตงกวา หมูหยอง มะเขือเทศ มายองเนส
หรือจะกินแบบของหวานก็มีเนยถั่ว กล้วย เนย ทามันเข้าไป
อันเล็กอันละ 5,000 กีบ อันใหญ่ 10,000 กีบ
ไปกินปาเก็ตต์ของมาม่าทุกวันเลย
.
.

อันนี้แบบหวาน มีช็อคโกแลตกับกล้วย
.
.

เช้าๆ ใครๆ ก็ต้องไปกินกาแฟที่ร้านประซานิยม
ฮิตกันจริง
แต่ฉันเฉยๆ นะ
เพราะไม่ชอบกินกาแฟ
เคยลองชิมอยู่เช้าหนึ่ง
หวานมากกกกก
จอกละ 3,000 กีบ
อีกวันหนึ่ง ตอนที่กินเฝอร้านข้างๆ นั่นแหละ
เห็นกลุ่มคนไทยสั่งชาเย็น
อ้าว มีน้ำก้อนใส่ด้วยเรอะ
เลยลองสั่งบ้าง
ก็หวานมากกกก และไม่ถูกปากเท่าไหร่
พอ "ไล่เงิน" มาก็ปรากฏว่าราคา 5,000 กีบ
เอิ๊กกกก
ค่าน้ำแข็งใส่แก้ว 1 แก้ว เพิ่มมาตั้ง 8 บาท
โหดมั่กๆ
.
.
อีกวันหนึ่ง
วันที่เขาจะไหลเรือไฟ
เดินเลียบน้ำโขงก็เจอแต่ร้านอาหาร
ผ่านร้านหนึ่ง
กำลังตำหมากหุ่งพอดี ด้วยความอยากลอง
ก็เลยไปสั่ง
นั่งรอนานมากกกกกกกกกกก
สั่งตำไทย ข้าวเหนียว เป็ปซี่ และปลาปิ้ง
ได้เป็ปซี่ก่อนเพื่อน

อีก 20 นาทีผ่านไป
ตำหมากหุ่งกับข้าวเหนียวถึงตามมา
ข้าวเหนียวเย็นชืด แถมบางส่วนก็แห้งแข็ง
สงสัยเพิ่งไปคดมาจากกระติ๊บข้าวในบ้าน
ฉันว่าคนลาวไม่คุ้นกับการทำงานบริการแบบนี้นะ
ทั้งๆ ที่ในร้านมีฉันไปนั่งกินคนเดียว
แต่ก็รอนานมากๆ
อีก 5 นาทีผ่านไป
ปลาปิ้งตัวนี้ก็มาถึงโต๊ะ

อาหารมื้อนี้ รวมแล้ว 44,000 กีบ
ราวๆ 180 บาท
--"
.
.
วันกลับ
นั่งเครื่องสายการบินลาวกลับเชียงใหม่
อาหารที่ให้บนเครื่อง
เริ่ดหรูดี
มีสเต็กด้วย

.
.
แต่น่าจะแจกตำหมากหุ่งบนเครื่องมากกว่านะ
โดยเฉพาะตำหมากหุ่งหน้าวัดหนองเนี่ย
อร่อยสุดยอดจริงๆ

.
.
คิดแล้วก็อยากกินอีกจัง
เฮ้อ
คิดถึงหลวงพระบาง