-70- เยอะแยะมากมาย

-70-

ห่างหายจากการเขียนไดอะรี่ไปนานมาก

มีเรื่องเยอะแยะเกิดขึ้น

ทั้งเป็นปกติชีวิตและไม่ปกติ

แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากมายอะไรนัก

ว่าจะเขียน ว่าจะเขียน

แต่ก็ไม่ได้เขียนซักที

สุดท้าย

บางเรื่องก็ลืมไปบ้าง จำได้บ้าง

แต่ก็น่าจะเก็บๆ ไว้

.

.

เริ่มต้นที่ไหนดี

โหมดชีวิตครอบครัว

เริ่มต้นใช้ชีวิตกันสองคนแม่ลูกมาตั้งแต่วันที่ 5 ที่ผ่านมา

วันแรกๆ นี่ใจหายและเหงาเอาเรื่อง

ถึงแม้ว่าตอนที่พ่อไอ้ลูกหมาอยู่จะมีเรื่องทะเลาะกันบ้าง

หงุดหงิดบ้าง

แต่พอต้องห่างกันอย่างนี้

ก็ทำเอาเหงาจนร้องไห้เลยเหมือนกัน

.

.

วันที่ไปส่งขึ้นรถ

ตอนที่รถเคลื่อนออกไปนั้น

ก็ใจหาย

ไม่อยากจะเชื่อว่าเราต้องจากกันไกลและนานอย่างนี้

ตอนเย็น รับสาวไหมกลับบ้าน

กดโทรศัพท์ให้คุยกับพ่อ

พ่อมันก็ถาม

"ลูกคิดถึงพ่อไหม"

ไอ้ลูกหมาตอบว่า

"พ่อค้าบ พ่อซื้อลูกอมสิงโตให้หนูฉองอันนะค้าบ แล้ว

แล้วก็ซื้อคาหนมหนึ่งเดียวเลยนะค้าบ"

เออ...ไม่ได้รู้เรื่องเล้ยว่าพ่อมันไปไหน

.

.

แต่ก็แปลก

พอไปเจอเจิน แม่น้องปุณณ์ที่โรงเรียน

เจินถามว่า

"พี่นัด พ่อสาวไหมจะไปต่างประเทศเหรอ"

ก็เลยถามกลับว่ารู้ได้ไง เจินบอกว่า

ตอนที่น้องปุณณ์กับเจินไปส่งพ่อน้องปุณณ์ไปขึ้นเครื่องบิน

น้องปุณณ์บอกเจินว่า

"พ่อสาวไหมก็ไปต่างประเทศเหมือนพ่อเราเลยเนาะ"

เจินก็เลยถามน้องปุณณ์ ปรากฎว่าสาวไหมมันไปบอกปุณณ์

ว่าพ่อมันจะไปต่างประเทศ

แต่มันรู้หรือเปล่าเนี่ยว่าต่างประเทศอยู่ที่ไหน

ก็ยังถามเจินซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าจริงเหรอ

ไม่น่าเชื่อว่ะ

เพราะไอ้ไหมมันคุยไม่รู้เรื่องเลยนะ เวลาอยู่บ้าน

.

.

เย็นนั้น ก็เลยถามสาวไหมว่า

"สาวไหม พ่อไปไหนน่ะ"

ไอ้ลูกหมาตอบว่า "พ่อไปต่างปาเทศ"

ก็ถามต่อว่า "แล้วต่างประเทศอยู่ไหนลูก"

ไอ้ลูกหมาตอบว่า

"ต่างปาเทศอยู่ไกลมากเลยไง อยู่ไก๊ลลลลมากเลย อยู่แถวๆ โรงเรียนโน่นแน่ะ"

แป่ววววว

-__-"

.

.

.

คืนแรกที่ต้องอยู่กันสองคนแม่ลูก

ตอนดึกๆ รถกระบะข้างบ้านเพิ่งกลับมา

สาวไหมได้ยินเสียงรถก็รีบบอกว่า

"แม่ พ่อกลับมาแล้ว"

แล้วก็ลุกไปดึงผ้าม่าน กะจะเรียกพ่อมัน

แค่นี้ก็เล่นเอาแม่มันน้ำตาไหลพรากๆ

แง้

.

.

แต่พอนานวันเข้า

ก็เริ่มทำใจได้

เหงามันก็เหงาบ้าง

แต่ก็จัดระเบียบชีวิตในบ้านได้ดีขึ้น

สามารถเอาลูกเข้านอนเร็วขึ้นได้

จัดการงานบ้านได้ดีขึ้น

ยกเว้นงานของตัวเอง

-__-"

.

.

.

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พาลูกไปปั่นจักรยานที่สนามกีฬา 700 ปี

หลังจากที่ซื้อจักรยาน 12 นิ้วมีล้อพ่วงให้นี่

รู้สึกว่าสาวไหมจะชอบมาก

เพราะได้ปั่นจักรยานคันใหม่ที่ท้าทายมากกว่าสามล้อ

ลาที เด็กหญิงหัวกะลาครอบปั่นสามล้อ

สาวไหมเวลาปั่นสามล้อนี่เหมือนตัวละครที่ตัดผมหน้าม้าสั้นเต่อ

ที่ชอบปั่นจักรยานสามล้อไปจิ้มอุนจิน่ะ

.

.

ไปปั่นจักรยานที่สนามกีฬาได้แป๊บหนึ่ง

ก็ได้เสียงกลอง เสียงแตรดังมาจากเมนสเตเดี่ยม

เลยชวนสาวไหมไปดู

ปรากฏว่าเขาแข่งฟุตบอลอาชีพระดับจังหวัด

เชียงใหม่พบกับสกลนคร

เลยพาสาวไหมไปดู

เสียค่าตั๋ว 20 บาท

แม้ว่าจะเป็นการแข่งเล็กๆ คนดูไม่มาก

แต่ก็ยังสนุก

เพราะกีฬาทำให้อะดรีนาลินมันพุ่งพล่านดีจริงๆ

ทุกๆ คนในสนามต่างสนุกกับการเชียร์กีฬา

แต่สาวไหมก็อาศัยช่วงเวลาที่เกมส์ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่พูดแทรกมาว่า

"แม่ หนูอยากกลับบ้านนนนนนนนนน"

-__-"

.

.

.

แต่หลังจากนั้น

ก็บ่นทุกทีว่า หนูอยากไปเจ็ดร้อยปีแล้วก็ไปดูฟุตบอล

ตั้งใจว่า

ถ้ามีกีฬาที่ไหนในเชียงใหม่

หรือไม่ไกลเกินกว่าจะพาไปได้

จะพยายามพาสาวไหมไปดู

เพราะอยากให้ลูกรู้จักถึงความสนุกของการเชียร์กีฬา

ความสนุกของการเล่นกีฬา

.

.

เย็นวันอาทิตย์

จ่ายเงินยี่สิบบาทเพื่อไปดูฟุตบอล

เวลาชั่วโมงกว่าที่ได้ดู

ความเหงา เซ็งจากบรรยากาศที่ฝนพรำมาหลายวัน

มันก็มลายไปหมดจริงๆ

ช่างเป็นความสุขที่ราคาถูก ซื้อได้ง่ายจริงๆ

.

.

กีฬา

ช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์

แม้ว่าในสถานศึกษาต่างๆ

คนที่เรียนด้านกีฬา

มักจะถูกมองว่า

เป็นคนหัวทึบ ไม่ใช้สมอง ใช้แต่กำลัง

แต่พอถึงเทศกาลกีฬาทีไร

คนเหล่านี้ก็เป็นฮีโร่ทุกทีไป

.

.

เขาว่ากันว่า

กีฬา จะทำให้คนเล่นมีความสุข

เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมาเมื่อได้ออกกำลังกาย

แต่ฉันว่า

กีฬา ก็ทำให้คนดูมีความสุขได้ด้วยเช่นกัน

.

.

.

เมื่อวานเป็นวันแม่

และเป็นวันคล้ายวันเกิดของฉันด้วย

ก่อนที่จะโทรไปหาพ่อกับแม่

พ่อกับแม่ก็โทรมาอวยพรเสียก่อน

ไม่ว่าเมื่อไหร่ อายุจะปาเข้าไปเท่าไร

ฉันก็ยังคงเป็นลูกเล็กๆ ของพ่อแม่เสมอ

ความห่วงของพ่อแม่ก็คงเหมือนกับที่ฉันเป็นห่วงสาวไหม

ความรักของพ่อแม่ก็คงเหมือนกับความรักของฉันที่มีให้กับสาวไหม

ถ้าไม่เคยเป็นแม่คน

ฉันว่าก็คงจะยากที่จะรู้ลึกซึ้งว่าความรักของแม่นั้นเป็นอย่างไร

ดังนั้น

เมื่อถึงเวลาอันสมควร

พบกับคนที่สมควร(เป็นพ่อของลูก)

ก็แนะนำว่า ให้เป็นแม่กันเถอะ

.

.

.

ฉันเองนั้น

จนถึงตอนนี้

ก็ยังเป็นแม่ที่ดีไม่ได้เลย

บางครั้งก็รู้สึกว่าทำดีพอใช้

แต่หลายๆ ครั้งที่เป็นแม่ที่แย่เอามากๆ

ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้

เวลาสาวไหมกวนประสาทนี่ก็อดไม่ได้ที่จะปรี๊ดแตก

บางทีก็ดุ ก็ตีอย่างไม่มีเหตุผล

ก็รู้ว่าสาวไหมอาจจะเกิดปมในใจและทำให้เกิดพฤติกรรมแย่ๆ ในอนาคต

แต่ดูเหมือนสติฉันจะหลุดทุกที

แต่พอควบคุมอารมณ์ได้แล้ว

พอสาวไหมมาถามว่า

"แม่รักหนูไหม"

"แม่รักหนูหรือเปล่า หนูรักแม่ที่สุดในโลก"

ก็อดเสียใจในความใจร้อนของตัวเองไม่ได้

ก็ได้แต่ขอโทษลูก

สาวไหมมันก็ไม่รู้ไปหาคำอะไรมาพูดมากมาย

"แม่อย่าทำหน้าบื้อสิ"

อันหมายความว่า แม่อย่าทำหน้าบึ้งสิ

หรือบางที พอขอโทษมันหลังจากที่เย็นลงแล้ว

มันก็กำชับมาว่า

"แม่อย่าบ้าอีกนะ"

เลยต้องหันขวับไปถามว่า

"แม่อย่าอะไรนะ สาวไหม"

สาวไหมก็ตอบว่า "แม่อย่าบ้าไง"

พอถามต่อว่า "แม่บ้ายังไง"

มันก็บอกว่า "แม่บ้าทำหน้าแบบนี้"

แล้วมันก็ตีหน้าเคร่งเหมือนที่ฉันทำ

เฮ้อออ

ลูกเอ๋ย

บางทีก็สงสารมัน

ทำไมมันต้องมีแม่ประสาทๆ อย่างนี้ด้วยนะเนี่ย

พยายามจะใจเย็นแล้วนะ

แต่สันดานเป็นคนใจร้อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

และควบคุมสติไม่ค่อยได้

เรียกว่าเป็นคน EQ ต่ำคนหนึ่งก็ได้

เฮ้อออ

แม่อีคิวต่ำจะทำยังไงให้สอนลูกให้มีอีคิวสูงได้มั่งน้อ

.

.

.

ปกติแล้ว

ด้วยความเป็นคนชักช้า

ตื่นสาย

ก็เลยทำให้ต้องไปทาครีม ทาแป้งกันบนรถเวลารถติดประจำ

สาวไหมก็บอกว่า

"แม่ หนูขอทาครีมบ้าง"

ก็บอกไปว่า "หนูทาไม่ได้ นี่เป็นของผู้ใหญ่"

สาวไหมก็ย้อนมาว่า "ก็หนูอยากสวยไง หนูอยากสวยเหมือนแม่ไง"

กรี๊ดดดดดด

น่าสงสารที่สุดในโลก

ไปสวยเหมือนคนอื่นเถอะลูกเอ๋ย อย่าคิดมาสวยเหมือนแม่เลย

น่าสงสารจริงๆ

.

.

วันนี้

ผมสาวไหมเริ่มยาวแล้ว

เลยถักเปียสองข้างเป็นพจมานให้ไปโรงเรียน

ตอนแรกชีไม่ยอมให้ทำผม

พอบอกว่า จะได้น่ารักเหมือนต้นน้ำไง

ชีก็ตอบว่า หนูไม่อยากน่ารักเหมือนต้นน้ำ หนูอยากน่ารักเหมือนเบียร์

อ้าว

เวร

น้องเบียร์เนี่ย สกินเฮดไปโรงเรียนเลยนะลูก

อยากจะน่ารักเหมือนเบียร์เลยเรอะ

-__-"

.

.

.

พรุ่งนี้และมะรืน

ที่ทำงานจะจัดอบรม ถ่ายภาพอย่างไรให้สื่อถึงสิ่งที่อยากจะนำเสนอ

เชิญพี่วิศาล น้ำค้างและพี่เล็ก วิคมมาบรรยาย

พี่วิศาลนี่เป็นช่างภาพอิสระให้กับนิตยสาร อ.ส.ท.

รู้จักพี่วิศาลตั้งแต่ประมาณปีพ.ศ.2539-2540

เพราะไปงานจุลกฐินที่แม่แจ่มด้วยกัน

และพี่วิศาลนี่แหละที่เป็นคนถ่ายรูปฉัน

ที่ปั่นจักรยานเสือหมอบลงจากดอย

เพื่อลงนิตยสาร อ.สท.

แต่ก็ไม่เคยเห็นรูปตัวเองในนิตยสารเลยจนถึงวันนี้

.

.

ส่วนพี่เล็กนี่

รู้จักเพราะอะไรจำไม่ได้แล้ว

แต่ก็น่าจะรู้จักกันราวๆ กับที่รู้จักพี่วิศาล

แต่เพิ่งมารู้เมื่อปีก่อน

ว่าพี่เล็กเป็นเพื่อนสนิทพี่ชาย ลูกป้าของฉัน

สมัยที่เรียนที่เกษตรศาสตร์

โลกมันกลมจริงๆ

.

.

สองวันที่จะถึงนี่

นับเป็นโอกาสทองจริงๆ

ที่มืออาชีพมาบรรยาย มาสอนการถ่ายภาพให้ฟัง

ว่าแล้วก็ต้องกลับไปชาร์จแบตกล้องที่บ้านก่อน

ไม่ได้จับกล้องนานมาก

ixy ที่ฝากเอะหิ้วมาจากญี่ปุ่นก็โอนไปให้สามี

เอาไปเก็บภาพที่พุทธคยาแล้ว

(ปลาเล็กตกปลาใหญ่)

วันนี้น้องผู้ช่วยก็มาปรึกษา

ว่าจะเอา D60 ดีไหม

ก็ทำเอากิเลศพุ่งอีกละ

จาก D60 ที่เขาว่าไฟล์ภาพเนียนน้องๆ D300

พอเสิร์ชไปเสิร์ชมา

ก็ไปเห็น 40D ผ่อน 0% 6 เดือนกับ KTC อีกละ

เฮ้อออ

หนทางแห่งการสูญเสียเงินนี่ทำไมมันมีมากมาย

และรอบริการอยู่ต่อหน้าเลยนะ

ทีหนทางแห่งการได้มาซึ่งเงินตรานี่ทำไมมันถึงยากเย็นนัก

.

.

ตอนนี้

วางแผนไว้ว่า

จากการไปทำงานในถิ่นทุรกันดารของสามีในเวลาหนึ่งปี

จะกันเงินมาโปะบ้าน

และจะเป็นไทภายในเวลาสามปีข้างหน้า

ซึ่งจะหมดภาระไปพร้อมๆ กับรถ

แต่ก็จะเก็บเงินไปพร้อมๆ กันด้วย

ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า

ทุกวันนี้

เงินเดือนที่ได้รับ

40% กันไว้เป็นเงินเก็บ

30% ผ่อนบ้าน

ที่เหลืออีก 30% ใช้จ่ายในบ้าน

อีตรงใช้จ่ายในบ้านนี่แหละที่ลำบาก

ยังไงก็ไม่มีวันพอ

ก็ต้องหมุนเงินสุดชีวิต

เฮ้อ ชีวิตคนจน

.

.

นี่ยังไม่รวมประกันชีวิตอีกนะ

นั่นน่ะ ไปเอาเงินส่วนค่าเขียนสีสันปั้นแต่งจ่ายไป

เฮ้อออ ชีวิตคนจน

.

.

เหนื่อยวุ้ย

แต่ไม่เหนื่อยวันนี้

วันข้างหน้าก็คงจะปางตาย

คิดเสียอย่างนี้

ว่าเหนื่อยวันนี้

จะได้สบายในวันหน้า

.

.

.

พูดถึงเรื่องอนาคต

หนึ่งเดือนที่ผ่านมา

ได้คุยกับพ่อไอ้ลูกหมา

ถึงความคิดของเรา

ว่าอาจจะต้องคิดทบทวนถึงอนาคตการทำงานดูอีกที

.

.

ความใฝ่ฝันในชีวิต

คืออยากจะเป็นนักวิชาการกับนักเขียน

ซึ่งก็สำเร็จไปหนึ่งแล้ว

นักเขียน

ก็ยังเป็นความฝันต่อไป

แต่ตอนนี้

การทำงานในระบบราชการที่มันออกนอกระบบ

จะทำให้ชีวิตต้องเหนื่อยมากขึ้น

ต่อสู้มากขึ้น

อย่างแรกคือ

ต้องเป็นด็อกเตอร์ภายในเจ็ดปี

จึงจะได้ทำงานต่อ

จริงๆ ก็คิดจะไปเรียนนั่นแหละ

ทั้งๆ ที่ใจจริงไม่อยากจะเรียนเลย

ถ้าเลือกจะเป็นนักวิชาการต่อไป

ก็จะต้องไปเรียน

ต้องต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อหาทุนมาทำงาน

ซึ่งในสายงานนี้มันยากมากกกกกกกกกกกก

ก็นึกท้อเหมือนกันว่า

ขนาดในระดับนโยบาย

ยังไม่เห็นความสำคัญของงานสายนี้

แล้วจะอยู่ต่อไปได้ยังไง

.

.

ถ้าเรียนต่อจบด็อกเตอร์

ก็จะต้องเดินทางสายนี้ไปจนกว่าจะเกษียณ

ซึ่งไม่รู้ว่าจะตายก่อนหรือเปล่า

จะอยู่ทำงานเพื่อให้ได้สวัสดิการหรือ?

สถานภาพของพนักงานมหาวิทยาลัย

ก็ไม่ได้เหมือนกับข้าราชการ

สวัสดิการต่างๆ ที่ข้าราชการได้รับ เราก็ไม่เคยได้รับอยู่แล้ว

ข้อที่ว่าอยู่ทำงานไปเพื่อให้ได้สิทธิ์บางอย่าง

ก็ไม่มีผลกับเราอยู่แล้ว

ก็เหลือแต่การตัดสินใจว่าจะเอายังไงกับชีวิต

.

.

ถ้ารอจนเรียนจบ ก็คงต้องทิ้งความฝันของการเป็นนักเขียนไปเลย

คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำงานวิชาการไปพร้อมๆ กับงานจินตนาการ

แต่ในใจลึกๆ ก็ยังอยากเป็นนักเขียน

แต่ถ้าเริ่มเรียนต่อแล้วก็อยากหมายว่าจะได้เขียน

ดังนั้นจึงให้เวลาตัวเอง 1 ปี

ว่าจะสามารถเดินทางบนเส้นทางนักเขียนได้ไหม

จะสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวด้วยการเขียนหนังสือได้ไหม

ถ้าทำได้ก็จะไม่ไปเรียน

พอถึงเวลาเจ็ดปี เขาจะไล่ออกเพราะเราไม่มีวุฒิที่ต้องการก็ช่างมัน

.

.

ปีหน้า

สาขาปริญญาเอกที่มองๆ ไว้ เขาไม่เปิดสอน

ก็เป็นโอกาสดีที่จะพิสูจน์ตัวเอง

ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง

แต่ก็จะพยายามดู

.

.

นี่ขนาดเข้าสู่วัยกลางคนแล้วนะ

ยังวุ่นวายกับชีวิตไม่เลิก

แล้วกับสาวไหมอีก

กว่าจะโต จะต้องผจญอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย

ก็คงจะวุ่นกันอีก

เฮ้อออ

ชีวิต

.

.

.

ทางแพร่งนี่ช่างน่ากลัวจริงๆ

เราไม่มีทางรู้เลยว่าแพร่งไหนที่ถูกต้องที่สุดที่เราควรจะเลือก

และชีวิตมันก็ไม่เหมือนนิยาย

ที่เมื่อเลือกผิดแพร่งก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้

เพราะเวลาที่มันผ่านไป อายุที่มากขึ้น

มันทำให้เมื่อเลือกที่จะก้าวเท้าไปบนแพร่งใดๆ แล้ว

มันก็จะทำให้ทางแพร่งอื่นๆ มีหญ้าขึ้นรกปกคลุมอย่างรวดเร็วจนเดินไปไม่ได้เหมือนกัน

.

.

วันนี้บ่นมาเยอะแยะมากมาย

แต่งานก็ยังไม่เสร็จเลยซักชิ้น

เหนื่อยอีกแล้วเรา

.

.

 

 

 

 

     Share

<< -69- ไปเรียนวาดรูป- 71- ถ่านไฟเก่า >>

Posted on Wed 13 Aug 2008 15:41

-75- ประเทศไทยไม่ใช่ของคุณคนเดียว
-74- กลับบ้าน
-73- ว่าจะบ่นอะไรนะ
-71- ทางเดินชีวิต
- 71- ถ่านไฟเก่า
-70- เยอะแยะมากมาย
-69- ไปเรียนวาดรูป
-67- ความเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต้องรับมือ
-67- จะอยู่สองคนกับไอ้ลูกหมาเกือบๆ ปี จะไหวไหมนี่....
-66- น้ำตาไหล
-65- ปลอดโปร่งโล่งใจ


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

BION I'm imsrdspee! Cool post!
Hilary   
Fri 27 Dec 2013 15:14 [4]
 

It's a real plsaruee to find someone who can think like that
Herrera   
Fri 13 Dec 2013 18:46 [3]
 

สาวไหมน่ารักจังเลบ
Pi Mu   
Sun 17 Aug 2008 10:38 [2]

สาวไหมพูดจาน่ารักเชียวแหละ

โพสรูปสาวไหมเป็นพจมานให้ดูหน่อยดิ่ จะส่งที่มัดผมไปให้สาวไหมอ่ะ

เบื่อ เหงา เศร้า บ่นมาโล่ด
อป   
Thu 14 Aug 2008 22:50 [1]