-42- ดีใจจังที่ยังเหมือนเดิม

-42-

วันนี้

ตอนที่เดินผ่านตู้จดหมาย

ในช่องจดหมายของฉัน

มีซองส.ค.ส.เสียบอยู่ 1 ซอง

เปิดซองออกดู

ก็เห็นชื่อของคนๆ หนึ่ง

เป็นรุ่นน้อง(จริงๆ ต้องนับเป็นรุ่นหลานเลยมั้ง)

ที่เคยมาทำงานกับฉัน

สมัยที่เขายังเรียนหนังสืออยู่

.

.

น้องคนนี้มาทำงานกับฉันตอนนั้น

เป็นเวลาสั้นๆ

ประมาณ 2-3 เดือน

อาทิตย์หนึ่งเข้ามาทำงานซัก 2-3 วัน

เป็นโครงการของมหาวิทยาลัย

ที่จะให้นักศึกษามาฝึกงาน

ได้ค่าตอบแทนชั่วโมงละ 25 บาท

.

.

น้องคนนี้เป็นเด็กผู้ชายที่น่ารักมาก

ที่ว่าน่ารัก

หมายถึงทั้งนิสัยใจคอ ความมีระเบียบวินัย

สัมมาคารวะ

และหน้าตา

หล่อประมาณพระเอกเกาหลีได้เลย

.

.

หลังจากที่มาทำงานกับฉันจนจบโครงการ

น้องเขาก็ยังมาหาเป็นครั้งคราว

ตอนที่เขาไปหลวงพระบาง

ก็เขียนโปสการ์ดมาหา

ตอนปีใหม่ปีหนึ่ง

เขาก็เอาของขวัญปีใหม่มาให้

แต่หลังจากที่ฉันแต่งงาน

เขาก็หายไป

.

.

ฉันก็ยังนึกสงสัยเป็นบางครั้ง

ว่าตอนนี้น้องเขาจะอยู่ที่ไหน

ทำอะไรอยู่

.

.

จนกระทั่งวันนี้

เมื่อเปิดดูส.ค.ส.

ฉันถึงรู้ว่าเขาทำงานอยู่ในหน่วยงานหนึ่งในมหาวิทยาลัยนี่เอง

ฉันโทรไปที่ทำงานเขา

แต่ไม่เจอตัว

เลยขอเบอร์มือถือมา

.

.

พอฉันโทรเข้ามือถือ

เขาทำเสียงงงๆ ในตอนแรก

แล้วก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่ตื่นเต้นดีใจเมื่อรู้ว่าเป็นฉัน

เขาเล่าว่าพอเรียนจบตรี

เขาก็ไปต่อปริญญาโทที่จุฬา

แล้วก็กลับมาเป็นอาจารย์ที่นี่

หลายๆ ครั้งในการสนทนาของฉันกับเขา

ทำให้ฉันรู้สึกดีใจมาก

เพราะเขายังจดจำเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆของฉันได้แม่น

ทั้งชื่อ นามสกุลเดิม นามสกุลใหม่

ที่อยู่เดิมของฉัน

วันแต่งงานของฉัน

สถานที่แต่งงาน

จนฉันแปลกใจว่าเขาไปรู้มาจากไหน

เพราะตอนที่จะแต่งงาน

ฉันก็ไม่มีโอกาสเจอเขาเลย

และเราก็มีโอกาสร่วมงานกันไม่นานเลย

.

.

การได้คุยกับเขาทำให้ฉันดีใจมาก

ที่ยังมีคนๆ หนึ่ง

ที่ยังจดจำเรื่องราวของฉันได้

ก็คงไม่ต่างกับความดีใจที่ฉันเห็นเพื่อนเก่าของฉัน

จดจำเรื่องราวของฉันได้

รายละเอียดอ่านได้ในหน้า

http://icannottellyouwhy.diaryclub.com/20080115/0/0/blog.html?_41_ความทรงจำสีจาง_แบบว่าขี้เกียจคิดชื่อตอน

.

.

ฉันเคยมีเพื่อนสนิท

สมัยเรียนปีหนึ่ง

เราทำงานจังหวัดด้วยกันสองคน

เขาเป็นประธานจังหวัด

ฉันเป็นเลขา

เพื่อนทั้งจังหวัดไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับเราเท่าไหร่

เพราะเพื่อนๆบอกว่าเพื่อนสนิทฉันคนนี้

ดุ เข้มงวดเกินไป

แทบจะเรียกได้ว่ามีฉันกับเขาสองคนเท่านั้นที่สู้มาด้วยกัน

.

.

แต่พอขึ้นปีท้ายๆ

ฉันก็ห่างจากจังหวัดไป

เขาก็ลาออกจากประธานจังหวัดไปเหมือนกัน

ก็ปล่อยให้เพื่อนๆที่เหลือคัดเลือกกันเอง

ก็ดูว่าเพื่อนๆ ก็ช่วยเหลือกันดี

ฉันเห็นแล้วก็เซ็ง

ก็เลยห่างจากจังหวัดไปเลย

ไปทำงานกับเมเจอร์

กับหอพักดีกว่า

และฉันกับเพื่อนสนิทคนนี้ก็ห่างกันไปเหมือนกัน

.

.

พอเราเรียนจบ

ได้มาทำงานในที่เดียวกัน

แต่คนละหน่วยงาน

เราบังเอิญเจอกันครั้งหนึ่ง

ในงานวันเกิดหน่วยงานของฉัน

เขาเอากระเช้าดอกไม้จากหน่วยงานของเขามามอบให้

ตอนนั้นเขาจบด็อกเตอร์แล้ว

เป็นถึงรองคณบดี

แต่เขาก็ยังสนทนากับฉันดีอยู่

เพียงแค่รู้สึกว่าเขาจะไว้ตัวนิดหน่อย

.

.

แต่อีกครั้งหลังจากนั้น

ฉันเจอเขาในงานประชุมของที่ทำงาน

เขายืนอยู่กับเพื่อนๆหน่วยงานเขา

เขามองเห็นฉัน

เขามองมาแล้วยิ้มให้นิดหน่อย

และก็เดินผ่านเลยไป

.

.

ฉันรู้สึกช็อก

ว่าคนที่เคยเป็นเพื่อนสนิท

เคยร่วมทุกข์ทำงานมาด้วยกันสองคนตอนนั้น

มันจะแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ไปได้ถึงขนาดนี้เลย

เพียงเพราะแค่หัวโขนที่ใส่

.

.

ฉันเป็นคนที่เชื่อเสมอมาว่า

คำว่า "เพื่อนสนิท"

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าได

แต่ละคนจะมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งแค่ไหน

ระยะทางจะคั่นกลางให้ห่างกันเพียงไร

แต่มันก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลง

ความสัมพันธ์ของ "เพื่อนสนิท" ไปได้เลย

.

.

ดังนั้น

ฉันถึงดีใจเหลือเกิน

ที่เพื่อนสมัยประถมที่แม้จะไม่สนิทคนนั้น

และน้องที่เคยฝึกงานคนนี้

ยังจดจำเรื่องราวเล็กๆน้อยๆของฉันได้อยู่

.

.

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่ง

ที่งานยุ่ง(ชิบหาย)

แต่ก็มีความสุขใจมากมาย

.

.

ขอบคุณมากน้องต้น

ที่ทำให้พี่รู้สึกดีๆ ได้ขนาดนี้

 

 

 

 

     Share

<< -41- ความทรงจำสีจาง....แบบว่าขี้เกียจคิดชื่อตอน-43- ทรงพลศักดิ์ หล้าป่าซาง >>

Posted on Thu 17 Jan 2008 16:00

-46- เสียความรู้สึก
-47- แรง
-45- หายไปแล้ว 2 กิโล
-44- อยากให้หนึ่งวันมี 48 ชั่วโมง
-43- ทรงพลศักดิ์ หล้าป่าซาง
-42- ดีใจจังที่ยังเหมือนเดิม
-41- ความทรงจำสีจาง....แบบว่าขี้เกียจคิดชื่อตอน
-40- หัดใช้หัวสมองคิดเสียบ้าง ไม่ใช่ใช้หัวแม่ตีนคิด
-39- กาดหลวง
D.I.Y.
-37- พรสวรรค์ VS พรแสวง


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh