-30- ความฝันอันประหลาด

-30-

ฉันเป็นคนที่ฝันเก่ง

ทั้งฝันแบบจินตนาการ

และฝันในยามหลับ

และมักจะจดจำเรื่องที่ฝันได้ดี

เคยมีฝันหลายเรื่อง

ที่มีการเปิดเรื่อง ดำเนินเรื่องและปิดเรื่อง

เหมือนกับหนังสั้น

หรือเรื่องสั้นเลยทีเดียว

ความฝันบางครั้ง

ก็แปลกประหลาด

เกินกว่าจะเข้าใจ

และคิดไปว่า

เป็นเพราะกินมาก ท้องอืด อาหารไม่ย่อย

.

.

จริงๆ ก็คิดแล้วคิดอีก

ว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีไหม

เพราะมันออกจะเกินจินตนาการได้

ว่ามันจริงเท็จอย่างไร

และมันจะดูไร้สาระไปหรือเปล่า

.

.

แต่ในเมื่อพื้นที่นี้

เป็นพื้นที่ของฉัน

ฉันก็ควรจะเขียนบันทึกในสิ่งที่อยากเขียน

คิดว่าหากใครหลงมาอ่านแล้ว

ส่วนใหญ่ก็คงจะ no comment

แต่ก็เอาเถอะ

เขียนไว้ดีกว่า

เพราะกลัวจะหลงลืมไปในวันข้างหน้า

.

.

ฝันครั้งหนึ่งนั้น

ได้ฝันมานานหลายปีแล้ว

อาจจะเกือบๆ 10 ปีได้แล้วมั้ง

ฝันว่า

ได้เดินเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง

เป็นบ้านตึกธรรมดาๆ นี่แหละ สูงสามชั้น

ผนังกรุด้วยกระจกรอบด้าน

ฉันเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น

เห็นดาราคนหนึ่งคือคุณโด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ (ชื่อถูกไหมนี่)

กำลังคุยกับเพื่อนของเขาอยู่

เพื่อนของคุณโด่งถามประมาณว่าได้มาจากไหน

ฉันเดินเข้าไปใกล้พวกเขาอีกนิด

แต่ดูเหมือนว่าฉันจะเป็นเหมือนกับอากาศธาตุ

เป็นเหมือนวิญญาณที่พวกเขามองไม่เห็น

ฉันเดินเข้าไปใกล้จนเห็นว่า

คุณโด่งหยิบวัตถุเล็กๆ มาวางไว้ในมือ

แล้วยื่นให้เพื่อนของเขาดู

แล้วบอกว่า

เป็นพระกริ่ง ผมเพิ่งได้มาจากชั้นสามนี่เอง มีเยอะเลยพี่

ฉันได้ยินดังนั้น

จะว่าเกิดความโลภ ก็ไม่ใช่

แต่อยากเห็น

จึงรีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสามของบ้านหลังนั้น

ก็เจอกระบุงสามใบวางเรียงกันอยู่

บนกระบุงมีกระจาดวางปิดอยู่

และบนกระจาดนั้นก็มีรูปปั้นพระพิฆเนศองค์เล็กๆ วางอยู่เต็มไปหมด

ฉันเอื้อมไปหยิบพระพิฆเนศขึ้นมาองค์หนึ่ง

ทันใดนั้น พระพิฆเนศในมือก็ขยายใหญ่ขึ้น

ใหญ่ขึ้นจนสูงจรดเพดานห้อง

เป็นพระพิฆเนศปางที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

พระบาทข้างหนึ่งของท่านยกขึ้น

พระกรด้านหน้าทั้งสองทำท่าคล้ายฟ้อนรำ

อีกสองกรที่เหลือถือของอยู่ด้านหลัง

ฉันเห็นแล้วก็พูดออกมาในฝันว่า

"เหมือนปางนาฏราช"

พระพิฆเนศที่ฉันเห็นเป็นสีทองทั้งองค์

ไม่มีเครื่องประดับอะไรมากมาย

มีเพียงสังวาลเส้นเดียวที่พาดพระอุระ

เป็นเหมือนลูกประคำเกลี้ยงๆ สีทองร้อยต่อกันเป็นสายเท่านั้นเอง

จากนั้น พระพิฆเนศก็หดลงจนมีขนาดเล็กเท่าเดิม

ฉันจึงหยิบองค์นั้นมาเก็บไว้

แล้วก็ตกใจตื่น

.

.

หลังจากนั้น

มีโอกาสก็ได้ไปเปิดหนังสืออ่าน

ก็พบว่ามีพระพิฆเนศปางฟ้อนรำนี่จริงๆ

และมีสี่กรจริงๆ เหมือนในฝัน

.

.

ที่แปลกกว่านั้นก็คือ

อีกหลายปีต่อมา

ฉันคุย msn กับเพื่อนสนิทที่ชื่อกุ้ง

คนที่ซิ่วจากเกษตร มช ไปเรียน วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์คนนั้นนั่นแหละ

เราคุยกันเรื่องอะไรไม่รู้

จนมาถึงเรื่องหมอดู

เพื่อนบอกว่ามีคนพาไปอีกที

เป็นหมอดูอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ใกล้ๆ วัดไหนก็ไม่รู้

หมอดูคนนี้ดูวันเดือนปีเกิดแล้วก็บอกว่า

มีรูปพระพิฆเนศที่บ้านเกิดอยู่ภาพหนึ่ง

ให้ไปทำความสะอาดแล้วบูชาเสีย

เพราะเป็นปางประจำตัวของเพื่อนฉัน

เพื่อนก็บอกว่า ขนลุกเลยว่าหมอดูคนนี้รู้ได้ยังไง

เพราะเพื่อนให้มานานแล้ว แต่ไม่ได้สนใจ

ก็ยังม้วนๆ เก็บไว้หลังตู้เสื้อผ้าที่เพชรบูรณ์

ฉันรีบแทรกการสนทนาแล้วถามเพื่อนว่า

"ปางฟ้อนรำหรือเปล่า"

เพื่อนก็ถามว่า

"เฮ้ย แกรู้ได้ยังไง"

ฉันจึงเล่าความฝันของฉันให้เพื่อนฟัง

และก็ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมถึงทักว่าพระพิฆเนศปางที่เพื่อนมีนั้นจะเป็นปางเดียวกับที่ฉันฝัน

.

.

หลังจากที่ฝันครั้งนั้นอีกนานเลย

ได้มีโอกาสคุยกับปู่บุณย์

ปู่บุณย์ คือ ดร.บุณย์ นิลเกษ

เป็นด็อกเตอร์ด้านเมตาฟิสิกส์

หรือสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ

ปู่บุณย์เคยบอกว่า ทุกวันนี้คุยกับผี กับเทวดามากกว่าคุยกับคนเสียอีก

ก็ได้เล่าความฝันนี้ให้ปู่บุณย์ฟัง

ปู่บอกว่าให้ไปหาปางนี้มาบูชาไว้เสีย

ท่านอุตสาห์มาให้เห็นชัดๆ จะๆ ขนาดนั้นแล้ว

.

.

อีกครั้งหนึ่ง

ตอนนั้นยังไม่ได้รู้จักสามีเลยด้วยซ้ำ

ฝันว่า

อยู่ดีๆ ก็ไปยืนอยู่ที่สวนหย่อมหน้าบ้านแม่

คงจะเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืน ตีหนึ่งโน่นแหละ

ฉันอุ้มเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ขนาดเล็กมาก

แล้วบอกแม่ที่ยืนต่อหน้าว่า

"แม่ นี่ลูกหนูนะ"

แม่ทำหน้าตกใจมากว่าลูกแอบไปท้องตั้งแต่เมื่อไหร่

เห็นแม่ตกใจอย่างนั้น

เลยรีบบอกว่า

"ไม่ใช่ลูกตอนนี้แม่ เขาเป็นเทพบุตร แต่ถ้าหนูมีลูก เทพองค์นี้แหละจะมาเกิดเป็นลูกหนู"

พอพูดแค่นั้น เด็กตัวเล็กๆ ในอ้อมกอด

ก็กลายเป็นลูกลิงตัวเล็กๆ

กระโดดขึ้นไปเกาะรั้ว

.

.

ตอนที่ท้องสาวไหม

ก็เคยคิดถึงความฝันเรื่องนี้เหมือนกัน

ก็ยังคิดว่าจะเป็นผู้ชายหรือเปล่า

แต่ก็ออกมาเป็นผู้หญิงจนได้

แต่ก็เกิดปีวอกนะ

.

.

เออ นึกถึงความฝันอีกเรื่องขึ้นมาได้

ก่อนที่จะแต่งงานซักปีหนึ่งเห็นจะได้

ฝันว่า

ไปเที่ยวที่ไหนไม่รู้ คล้ายๆ ชายทะเล

ก็ไปเจอแม่คนหนึ่ง

มีลูกสาวหน้าตาน่ารัก ผมหยิก แก้มกลม อายุประมาณสี่ขวบ

กับลูกชายอายุไม่ถึงขวบ หน้าตาน่ารักเช่นกัน

แต่ตอนนั้นเข้าไปเล่นกับเด็กผู้ชาย

เพราะชอบเด็กผู้ชายมากกว่า

แล้วภาพก็ตัดไป

กลายเป็นว่าฉันอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง

กับเด็กผู้หญิงคนนั้น

ก็เข้าไปถามว่า

"ทำไมหนูอยู่คนเดียว"

เด็กคนนั้นตอบว่า

"แม่พาน้องไปเที่ยว"

พอฉันมองหน้าเด็กคนนั้นก็นึกรักขึ้นมาจับใจ

จนเอ่ยกับเด็กหญิงคนนั้นว่า

"หนูมาเป็นลูกน้าไหม ลูก"

เด็กคนนั้นส่ายหน้าแล้วบอกว่า

"ไม่หรอก น้าไม่ได้รักหนู น้ารักน้องของหนูมากกว่า"

ฉันได้ฟังก็รีบบอกว่า

"แต่ถ้าเป็นหนูนะ ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย แม่ก็รัก มาเป็นลูกแม่ไหม"

เด็กคนนั้นก็ยิ้มเขินแล้วพยักหน้า

ฉันก็เข้าไปกอด

แล้วก็ตื่นจากฝัน

.

.

พอคลอดออกมา

ก็เป็นผู้หญิงจริงๆ

แต่ไม่อ้วนกลมเหมือนในความฝันแค่นั้นเอง

.

.

ความฝันอีกครั้งหนึ่ง

ฝันว่า

เหมือนกับกำลังเข้าแถวรอตักบาตร

ในงานปีใหม่ที่บ้านแม่

แล้วจู่ๆ คนที่ยืนเป็นแถวข้างหน้าก็ทรุดตัวนั่งกันหมดทุกคน

มีใครบางคนกำลังเดินมาตามทางเดิน

คนที่นั่งเข้าแถวนั้นต่างคนต่างยื่นมาออกไป

หมายจะจับตัว อยากจะสัมผัส

แต่คนที่เดินมานั้นปัดป้องและทำหน้าเคียดขึ้งมากจนน่ากลัว

พอคนๆ นั้นเดินมาใกล้

ฉันถึงเห็นว่าเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 7-8 ขวบ

แต่ตัวเป็นสีเขียวไข่กา

ไม่สวมเสื้อ นุ่งแต่ผ้านุ่ง

ผมดำหนาหยักโศกยาวปรกต้นคอ

มีผู้ใหญ่เดินตามเหมือนคอยอารักขาอยู่สองสามคนด้านหลัง

 แล้วจู่ๆ เด็กคนนั้นก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉันที่กำลังนั่งค้อมตัวอยู่

เด็กคนนั้นมองหน้าแล้วยิ้มให้อย่างดีใจ

ฉันก็งงมากว่ายิ้มให้ฉันหรือ

ในใจก็คิดว่า

"เป็นใครกันนี่ เป็นเทพเหรอ มาจากไหนกัน"

พอคิดแค่นั้น เด็กคนนั้นก็พูดออกมาว่า

"ก็มาจากที่เดียวกัน"

ฉันก็คิดในใจอีกว่า

"จากไหนล่ะ"

เด็กคนนั้นก็ยิ้มแล้วตอบออกมาว่า

"ตาวติงสา"

ในฝันนั้น ฉันงุนงงมาก ได้แต่เงยหน้ามองเด็กคนนั้น

ไม่ทันจะพูดอะไร เด็กคนนั้นก็พูดต่อว่า

"เมื่อไหร่จะกลับบ้าน มานานแล้วนะ คนทางโน้นคิดถึง"

หลังจากที่เด็กคนนั้นพูดจบ

ในฝันนั้น ฉันก็รู้ทันทีว่า "คนทางโน้น" คือใคร

และความรู้สึกผูกพันกับคนทางโน้นมันก็วูบเข้ามาในใจ

"กลับกันเถอะนะ"

เด็กคนนั้นเอ่ย

ฉันที่กำลังตัดสินใจอะไรไม่ได้ ก็หันไปมองคนข้างๆ

ซึ่งก็คือพี่เอ๋ ฉันเห็นพี่เอ๋ส่ายหัวน้อยๆ เหมือนจะบอกว่า

"อย่าไป"

ฉันก็จึงหันกลับไปบอกกับเด็กคนนั้นว่า

"ยังกลับไม่ได้หรอก ยังทำงานไม่เสร็จเลย มีงานอีกมากมายที่รออยู่ ถ้าทำงานเสร็จเมื่อไหร่แล้วค่อยกลับ"

เด็กคนนั้นก็ยิ้ม ไม่ว่าอะไร แล้วฉันก็สะดุ้งตื่น

.

.

อีกครั้งหนึ่ง

ก่อนที่ว่าที่สามีจะไปบวช

คงจะประมาณเกือบปีก่อนที่จะแต่งงาน

ก็ฝันอีก

ว่า

เดินอยู่ที่ทำงาน

แต่จู่ๆ โถงกลางของที่ทำงานก็มีสองชั้น

ขณะที่กำลังจะเดินไปห้องทำงาน

ก็เห็นว่า ตรงชั้นสองที่เพิ่งมีนั่น

มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่ง

ฉันเงยหน้าขึ้นมอง

ผู้ชายคนนั้นก็ก้มลงมามองแล้วยิ้มน้อยๆ

ในฝันนั้นฉันรู้ทันทีว่านั่นคือพระศิวะ

ท่านนุ่งผ้านุ่งสีแดงก่ำ ไม่สวมเสื้อ มีสร้อยสังวาลพันอยู่รอบ

พระวรกายคล้ำ ผมดำหยิกยาว

ถ้าจะพูดตามประสาชาวบ้าน

พระศิวะที่ฉันได้เห็นฝันนั้น

ท่านหล่อมากเรียกได้ว่าหล่อจัดเลยก็ว่าได้

ทันใดนั้น

ฉันก็สวดนมัสการพระศิวะขึ้นมา

ทั้งๆ ที่ไม่เคยสวด และไม่เคยบูชาพระศิวะมาก่อนเลย

แล้วฉันก็รีบปีนขึ้นไปชั้นสองเพื่อจะตามท่านให้ทัน

แต่พอขึ้นไปถึงชั้นสองแล้ว

ท่านก็เดินไปถึงประตูและเดินเข้าไปในห้องเสียแล้ว

ประตูที่เปิดออกนั้น มีแสงสว่างจัดจ้าจนมองอะไรไม่เห็นเลย

ขณะที่ฉันกำลังจะวิ่งตามเข้าไปในห้อง

ฉันก็เห็นงูเห่าตัวใหญ่มากเฝ้าอยู่หน้าห้อง

ฉันซึ่งกลัวงูจนเรียกว่าโฟเบียเลยก็ชะงัก

ก็คิดในฝันนั้นว่า

"เอาวะ งูพระศิวะ คงจะไม่ทำอะไรให้เราหรอกมั้ง"

แล้วจู่ๆ งูตัวนั้นก็พุ่งมารัดข้อมือขวา

กลายเป็นสร้อยข้อมือ เป็นพลอยสีฟ้า

พอฉันก้าวเข้าไปในห้อง

ก็เจองูเห่าอีกตัวหนึ่ง เป็นงูเห่าสีทอง

แล้วงูตัวนั้นก็พุ่งมารัดข้อมือซ้ายอีก

แล้วกลายเป็นสร้อยพลอยสีเหลือง

แล้วก็ตกใจตื่น

.

.

ไม่รู้เหมือนกันว่า

ความฝันเหล่านั้นจะสื่ออะไร

แต่หลังๆ มานี่

ตั้งแต่แต่งงาน มีลูก

ก็ไม่ฝันอีก

.

.

หลังจากจัดการงานที่สุมหัวให้พอว่างแล้ว

อาจจะจัดการชีวิตเสียใหม่

จัดระเบียบชีวิตเสียใหม่

เพราะมีหลายเรื่องเหลือเกิน

ที่หลงลืมและละเลยไป

ตั้งแต่มีครอบครัว

 

 

 

 

 

     Share

<< -29- ลองอัพไดแบบชิล ชิล กรุบกริบ กรุบกริบ...-31- หนึ่งวันกับแฮรี่พอตเตอร์ >>

Posted on Mon 10 Dec 2007 16:00

-35- ปรับปรุงบ้าน
-34- จะไปเป็นพรีเซนเตอร์ลดน้ำหนักแล้วก็จะแวบไปเจอหนุ่ม
-33- ราวกับว่าบ้านรวย
-32- ฟ้างาม
-31- หนึ่งวันกับแฮรี่พอตเตอร์
-30- ความฝันอันประหลาด
-29- ลองอัพไดแบบชิล ชิล กรุบกริบ กรุบกริบ...
MoM TaG
-27- คิดหนัก
-26- เป็ด
-25- การบ้าน = อดทน = การบ้าน


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

อ่านไปเพลินดีนะ
แต่ไม่เข้าจัยบางตอนอ่ะ
เบล   
Wed 20 Aug 2008 9:44 [2]

ก็ o k อ่านไปเรื่อยๆก็เพลินดี
วีรพัศ   
Mon 10 Dec 2007 16:12 [1]