ทางเดินเล็กๆ

ตอนเล็กๆ

ฉันเติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านชนบท

แม่มักจะพาฉันไปบ้านตายายบ่อยๆ

บ้านตายายอยู่ไม่ไกลจากบ้านฉัน

เวลาจะไปเยี่ยมตายาย

จะต้องข้ามแม่น้ำ

ดังนั้น คนฝั่งบ้านฉันก็จะเรียกบ้านตายายว่า

บ้านหล่าย

อันหมายถึงหล่ายฝั่งน้ำ

คนฝั่งบ้านตายายก็เรียกบ้านฉันว่า

บ้านหล่าย

เหมือนกัน

.

.

บ้านตายายเรียกกันว่าบ้านเหนือ

บ้านป้าจำเรียกกันว่าบ้านใต้

ฉันยังจำได้ว่าตอนเล็กๆ เรียนอยู่ป.2-ป.3

ชอบไปนอนค้างบ้านป้าบ่อยๆ

เพราะแถวบ้านป้ายังไม่มีไฟฟ้าใช้กันเลย

ส่วนใหญ่จะจุดตะเกียงกัน

มีบ้านป้าใช้หลอดไฟไส้ดวงกลม

ส่องแสงสีเหลืองแสบตา

.

.

หน้าบ้านป้ามีรั้วที่ใช้ซุงปักหลักเป็นระยะๆ

แล้วใช้ไม้ซีกตีกั้น

ส่วนประตูนั้น ใช้ไม้ไผ่ลำยาวสามลำ

สอดไว้กับไม้หลักที่เจาะรูไว้

เรียกกันว่า รั้วตั้งบ่อง

.

.

ด้านหลังบ้าน ไม่มีรั้ว

มีเพียงไม้ไผ่สานขัดแตะง่ายๆ

ปลูกผักตำลึงให้มันเลื้อยทอดยอดขึ้นไปพันจนเต็ม

หลังบ้านป้าสามารถเดินทะลุไปบ้านหลังอื่นได้

ทางเดินเป็นทางดินเล็กๆ

เวลาใครย่ำไปย่ำมา ดินก็อัดแน่นจนเรียบ

บ้านที่เดินทะลุไปมาหากัน

ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเครือญาติกันทั้งนั้น

.

.

ข่วงบ้านหรือลานบ้านแต่ละหลัง

บ้างปลูกพริก

บ้างปลูกผัก

บ้านไหนขาดเหลืออะไร

ก็ไปตะโกนขอแล้วเด็ดมาทำอาหาร

.

.

ตอนฉันเล็กๆ

ฝายไม้ไผ่ที่หลังบ้านป้า

ถูกเปลี่ยนไปเป็นฝายซีเมนต์

น้ำจากนาเวลาหน้าฝน

ก็จะไหลหลั่งทะลักล้นฝาย

มองดูน่าตื่นเต้น

ราวกับน้ำตก

เด็กผู้ชายชอบจะไปเล่นน้ำที่ฝายซีเมนต์

ที่ใครๆเรียกกันว่า

พนังกั้นน้ำ

.

.

บางคราว พี่สาวลูกป้า

ก็จะพาฉันไปดูน้ำที่พนัง

ฉันกับพี่จะเดินลัดเลาะบ้านโน้นบ้านนี่

สี่ห้าหลัง

ก็ทะลุไปถึงพนังกั้นน้ำแล้ว

.

.

พอถึงเวลาใกล้จะสงกรานต์

บ้านป้าจะทำข้าวแคบ ข้าวควบ

ผู้หญิงในบ้านละแวกนั้น

ก็จะมาช่วยกัน

.

.

ป้าจะหม่าข้าวไว้ตั้งแต่หัวค่ำ

รุ่งสางขึ้นมา ก็จะเอาข้าวเหนียวที่หม่าหรือแช่ไว้มาโม่

ป้ามีโม่หินใบหนึ่ง

ฉันชอบไปช่วยป้าโม่ข้าว

ข้าวเหนียวที่โม่จนเป็นแป้งเรียกว่า

ข้าวแป้ง

.

.

ป้าจะเอาข้าวแป้งไปผสมน้ำจนเหลว

เติมเกลือนิดหน่อย เติมงาดำ เติมน้ำตาล

พอถึงเวลาสาย

ป้าและเพื่อนบ้านสี่ห้าคน

ก็จะช่วยกันยกข้าวของไปที่ลานกว้างใกล้ๆ พนัง

ที่นี่เป็นที่ทำข้าวแคบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

พื้นดินจะถูกขุดเป็นโพรงเพื่อใส่ฟืน

มีก้อนเส้าเป็นเตาไฟ

เพื่อจะได้วางหม้อนึ่ง

มีผ้าขาวบางคลุมหม้อนึ่งจนตึง

มุมหนึ่งของผ้าที่คลุมหม้อนึ่ง

จะถูกเจาะรูเล็กๆ ไว้

เพื่อระบายความร้อน

.

.

เมื่อน้ำในหม้อนึ่งเดือด

คนหนึ่งก็จะใช้ทัพพีตักแป้งหยอดลงบนผ้าขาวบาง

หม้อนึ่งใบหนึ่งอาจจะหยอดได้ 3-4 แผ่น

แล้วแต่ความสามารถของคนหยอด

การหยอดแป้งและใช้ทัพพีไล้หน้าให้เรียบบาง

คล้ายกับการทำข้าวเกรียบปากหม้อ

บ้านฉันเรียกว่า

"ไล้ข้าวแคบ"

ใครไล้แผ่นข้าวแคบได้กลมมน แผ่นสวย

ก็มักจะรับหน้าที่นี้

พอแผ่นแป้งเริ่มสุก

สังเกตได้จากสีแป้งจะเปลี่ยนไป

คนที่เหลือก็จะใช้ไม้ไผ่ที่เหลาจนบาง

รูปร่างคล้ายๆ กับสเปตูล่าร์ที่ปาดหน้าเค้ก

มาสอดใต้แผ่นแป้งแล้วยกขึ้น

แล้วเอาไปผึ่งบนไพคาที่ตากแดด

.

.

การตักแผ่นข้าวแคบออกจากหม้อนี้

ก็ต้องใช้ความชำนาญเหมือนกัน

เพราะถ้าใครตักไม่เป็น

มันก็จะลื่นหลุดตกพื้นคลุกขี้ดินขี้ทรายไปเสีย

บางครั้งก็จะขาดกลาง

แผ่นไหนที่ตักขึ้นมาไม่ได้

คนตักก็จะใช้ไม้พับแผ่นแป้งแล้วเด็ดเอาใบลำไยมารูดแป้งเก็บไว้

เอาไว้ให้เด็กๆ ที่รออยู่กินกัน

.

.

ฉันชอบกินข้าวแคบดิบนี้นัก

บางครั้งรอเท่าไหร่ก็ไม่มีแผ่นที่เสียเลย

ก็ต้องใช้วิชามาร

ขอไปเป็นคนตักแทนผู้ใหญ่ที่เริ่มเมื่อย

แล้วก็แกล้งทำเสีย

เท่านี้แต่ก็ได้กินข้าวแคบดิบเสียเปรม

แต่ทำได้ไม่นาน

ผู้ใหญ่ก็ไล่ออกนอกวง

.

.

ข้าวแคบที่ตักขึ้นไปผึ่งไว้บนไพคานั้น

เมื่อตากแดดจนแห้ง ก็จะต้องคอยไปพลิกเอาด้านล่างขึ้นมาผึ่งแดดบ้าง

ใช้เวลาวันเดียว

ก็จะได้ข้าวแคบหลายกระบุงไว้ใช้งานช่วงปีใหม่เมือง

วันนี้ช่วยกันทำข้าวแคบให้บ้านหนึ่งเสร็จ

วันพรุ่งนี้ก็ช่วยกันทำให้บ้านต่อไป

ใช้เวลาสามสี่วัน

ทุกบ้านก็ได้ข้าวแคบเตรียมไว้สำหรับปีใหม่เมือง

.

.

ทางเดินเล็กๆ

ที่ลัดเลาะเข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้

ในวันนี้

ทางเดินดินเรียบนั้น

กลายเป็นถนนซีเมนต์กว้างขวาง

รั้วกินได้ก็กลายเป็นรั้วก่ออิฐแน่นหนา

ไม่มีใครเดินผ่านบ้านใครได้อีก

เพราะทุกบ้านมีรั้วบอกอาณาเขตแน่ชัด

.

.

วันที่ฉันได้ไปเยือนแม่ฮ่องสอน

ด้านหลังเกสต์เฮ้าส์ที่ฉันพัก

มีทางเดินเล็กๆ ลาดซีเมนต์ มีท่อระบายน้ำครบครัน

แต่มันก็ยังทำหน้าที่ของการเป็นทางเดินเล็กๆ ในละแวกบ้าน

ที่ฉันและหลายคนได้ใช้ทางเดินนี้

เดินผ่านบ้านใครก็ไม่รู้มากมาย

เพื่อไปทะลุถนนอีกสายหนึ่ง

และก็มีใครต่อใครอีกมากมาย

ที่เดินผ่านทางเดินเล็กๆ นี้

มาโผล่ยังเกสต์เฮ้าส์เพื่อจะไปถนนอีกสายหนึ่ง

.

.

ทางเดินเล็กๆ

ทางเดินเล็กๆ

ทางเดินเล็กๆ

 

มันไม่ได้เป็นเพียงทางเดินเล็กๆ ธรรมดาๆ เท่านั้น

แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันหลงรักแม่ฮ่องสอนขึ้นมาติดหมัดเลยทีเดียว

 

     Share

<< กลับมาแล้วบรื้น บรื้น >>

Posted on Sun 28 Oct 2007 14:05

-22- เหงาและใจหาย
-21- ของขวัญวันเกิด
-20- ตัดสินใจ
-19- เก็บตก
บรื้น บรื้น
ทางเดินเล็กๆ
กลับมาแล้ว
แอบปลื้ม
การเดินทางอันยาวนาน
กระดาษแผ่นเล็ก
อยากร้องไห้


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

Your poinstg lays bare the truth
Kevin   
Sat 14 Dec 2013 17:25 [4]
 

Why do I bother calnlig up people when I can just read this!
Jahaira   
Sat 14 Dec 2013 14:12 [3]
 

What a joy to find such clear thniikng. Thanks for posting!
Otabek   
Sat 14 Dec 2013 13:08 [2]
 

เคยไปแม่ฮ่องสอนมาครั้งนึง ก็ได้สัมผัสธรรมชาติสวยงามมาก ๆ เหมือนกันจ้า
iamlek   
Thu 1 Nov 2007 8:10 [1]